ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกดูเงียบเหงาและเครียดกว่าปกติ หรือแค่พฤติกรรมเดิมของเด็กพิเศษ?

เวลาที่เราดูแลเด็กพิเศษสักคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กกลุ่มออทิสติก สมาธิสั้น หรือมีความบกพร่องในการเรียนรู้ เรามักจะคุ้นเคยกับการรับมือกับพฤติกรรมเฉพาะตัวของเขาอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งถ้าสังเกตว่าลูกเริ่มเก็บตัว ไม่ยอมพูดคุย ร้องไห้งอแงอย่างไร้สาเหตุ หรือบ่นว่าปวดท้องปวดหัวบ่อยๆ ก่อนไปโรงเรียน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักคิดว่าเป็นเพียงอารมณ์เหวี่ยงตามปกติของโรคเดิม แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ อยากชวนมามองให้ลึกลงไปอีกนิด เพราะบ่อยครั้งที่ปัญหาซึมเศร้าและความวิตกกังวลกำลังแอบแฝงเข้ามาซ้อนทับอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว

ทำไมเด็กพิเศษถึงเสี่ยงเผชิญภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลมากกว่าเด็กทั่วไป

การที่เด็กสักคนมีความแตกต่างจากเพื่อนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ยากลำบาก การเข้าสังคมที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือการต้องพยายามอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจบทเรียนในห้องเรียน ทำให้สมองและจิตใจของเขาต้องทำงานหนักกว่าเด็กคนอื่นหลายเท่า ความรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ ถูกปฏิเสธ หรือเข้ากับใครไม่ได้ สะสมทีละน้อยจนกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง นอกจากนี้ โครงสร้างทางเคมีในสมองของเด็กพิเศษหลายคนก็มีความไวต่อความเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเจอสิ่งกระตุ้นรอบตัว ภาวะความวิตกกังวลจึงระเบิดออกมาได้ง่าย และเมื่อความกังวลอยู่กับเขานานวันเข้า ก็พานดึงเอาความรู้สึกหดหู่และภาวะซึมเศร้าตามเข้ามาด้วย

สัญญาณเตือนภัยเงียบ: สังเกตอย่างไรว่าลูกเริ่มมีภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลร่วมด้วย

ความยากคือเด็กพิเศษหลายคนไม่สามารถบอกความรู้สึกในใจออกมาเป็นคำพูดได้ตรงๆ ว่าฉันกำลังเศร้าหรือฉันกำลังกลัว สิ่งที่เขาแสดงออกจึงมักมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรเริ่มตระหนักว่าอาจมีภาวะทางใจซ้อนทับอยู่:

  • การเปลี่ยนแปลงเรื่องการนอนและการกิน: นอนไม่หลับ หลับยาก หรือตื่นกลางดึกบ่อยๆ รวมถึงกินน้อยลงมากหรือกินจุผิดปกติ
  • ถดถอยจากทักษะที่เคยทำได้: เด็กที่เคยช่วยเหลือตัวเองได้ เริ่มกลับมาทำไม่ได้ หรือพูดน้อยลงจนแทบไม่สื่อสาร
  • แสดงความกลัวอย่างไร้เหตุผล: วิตกกังวลรุนแรงกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น กลัวเสียงฟ้าผ่า กลัวการเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน หรือกลัวการไปโรงเรียนจนตัวสั่น
  • พฤติกรรมทำร้ายตัวเองที่เพิ่มขึ้น: ดึงผม ทุบหัวตัวเอง หรืออาละวาดทำลายข้าวของอย่างไร้การควบคุม ซึ่งมักเกิดจากความคับข้องใจที่ระบายออกมาไม่ได้

วิธีดูแลและช่วยเหลือเมื่อลูกเผชิญภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าลูกไม่ได้แค่ดื้อหรือมีอาการจากโรคเดิม แต่กำลังป่วยทางใจร่วมด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปรับสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กให้ปลอดภัยและคาดเดาได้มากที่สุด การไปพบแพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่นเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ยาปรับสารเคมีในสมองร่วมด้วยหรือไม่ ในส่วนของการดูแลที่บ้าน การลดความคาดกดดัน สร้างกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน และการรับฟังด้วยความเข้าใจโดยไม่ตัดสิน จะช่วยให้เด็กคลายความกลัวในใจลงได้ทีละน้อย ความรักและความอดทนจากคนใกล้ชิดคือยาขนานเอกที่จะช่วยดึงเด็กๆ ออกมาจากหลุมดำทางอารมณ์เหล่านี้ได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down