ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จากประสบการณ์ที่หมอได้ดูแลคนไข้และพูดคุยกับครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียงมาหลายเคส สิ่งหนึ่งที่ญาติมักจะกังวลใจและเข้ามาปรึกษาหมออยู่บ่อยครั้งคือเรื่องของแผลกดทับ หลายครั้งที่ปัญหานี้เริ่มต้นจากเพียงรอยแดงเล็กๆ บริเวณผิวหนังที่ดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่เพียงไม่กี่วันกลับลุกลามกลายเป็นแผลลึกที่รักษาได้ยากและสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยอย่างมาก การดูแลแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียงจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทำแผลในแต่ละวัน แต่คือการเข้าใจถึงสาเหตุ รู้วิธีการป้องกันอย่างถูกวิธี และการดูแลอย่างใส่ใจเพื่อไม่ให้เกิดแผลใหม่ขึ้นมาอีก

ทำความเข้าใจสาเหตุ: แผลกดทับเกิดขึ้นได้อย่างไรในร่างกายของผู้ป่วย?

เพื่อให้เข้าใจหลักการป้องกัน หมออยากชวนมาทำความเข้าใจกลไกการเกิดแผลกดทับกันก่อน ร่างกายของเรามีเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อผู้ป่วยต้องนอนติดเตียงเป็นเวลานานโดยไม่ได้ขยับเขยื้อน น้ำหนักตัวทั้งหมดจะกดทับลงบนผิวหนังส่วนที่สัมผัสกับเตียง โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูกต่างๆ

แรงกดทับที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้จะไปบีบเส้นเลือดฝอย ทำให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงผิวหนังตรงจุดนั้นได้ เมื่อเนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน เซลล์ผิวหนังก็จะเริ่มตายและสลายตัวกลายเป็นแผลในที่สุด นอกจากแรงกดแล้ว แรงเสียดสีจากการดึงตัวผู้ป่วย หรือความอับชื้นจากปัสสาวะและอุจจาระ ก็เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยและเกิดแผลได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

สังเกตอาการ 4 ระยะของแผลกดทับ: แบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนต้องรีบส่งโรงพยาบาล

แผลกดทับไม่ได้เกิดขึ้นปุบปับเป็นแผลลึกทันที แต่จะค่อยๆ พัฒนาความรุนแรงขึ้นเป็น 4 ระยะ ซึ่งผู้ดูแลจำเป็นต้องสังเกตผิวหนังของผู้ป่วยทุกวันเพื่อจะได้เข้าไปจัดการได้ทันท่วงที

  • ระยะที่ 1 ผิวหนังเริ่มมีรอยแดง: ผิวหนังยังไม่มีการฉีกขาด แต่เมื่อกดลงไปบนรอยแดงแล้ว สีผิวจะไม่ซีดลงและไม่กลับเป็นสีปกติ หากตรวจพบในระยะนี้และรีบระบายแรงกดทับ ผิวหนังจะสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้เอง
  • ระยะที่ 2 ผิวหนังเริ่มถลอกหรือพองโต: เริ่มสูญเสียผิวหนังชั้นนอก อาจเห็นเป็นแผลตื้นๆ สีชมพู หรือมีลักษณะเป็นตุ่มพองน้ำ ระยะนี้ยังสามารถดูแลรักษาความสะอาดที่บ้านได้ แต่ต้องระวังไม่ให้แผลติดเชื้อ
  • ระยะที่ 3 แผลลึกถึงชั้นใต้ผิวหนัง: แผลจะเริ่มเว้าลึกจนมองเห็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง อาจมีน้ำเหลืองหรือหนองไหลออกมา การดูแลแผลในระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและการทำแผลอย่างถูกหลักปราศจากเชื้อจากบุคลากรทางการแพทย์
  • ระยะที่ 4 แผลลึกมากจนเห็นกระดูกหรือเอ็น: เป็นระยะที่รุนแรงที่สุด แผลจะกว้างและลึกมาก มีเนื้อตายสีดำหรือสีเทา เสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและกระดูกสูงมาก จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

5 หัวใจสำคัญของการดูแลแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียงที่คนเฝ้าไข้ต้องรู้

การรักษาแผลกดทับที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นแล้ว การปรับพฤติกรรมการดูแลประจำวันคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น โดยมีหลักปฏิบัติ 5 ประการที่หมออยากแนะนำดังนี้

1. เทคนิคการพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมงให้ได้ผลจริง

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการดูแลแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง การปล่อยให้ผู้ป่วยนอนท่าเดิมนานเกิน 2 ชั่วโมงจะทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างถาวร ผู้ดูแลควรจัดตารางเวลาในการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมงสลับซ้าย-ขวา-นอนหงาย และในขณะที่พลิกตัว ต้องใช้วิธีการพยุงหรืออุ้มตัวขึ้นแทนการลากดึง เพื่อลดแรงเสียดสีที่อาจทำให้ผิวหนังถลอก

2. การเลือกที่นอนและอุปกรณ์ช่วยลดแรงกดทับอย่างเหมาะสม

การใช้ที่นอนลมหรือที่นอนโฟมที่ออกแบบมาเพื่อกระจายแรงกดทับโดยเฉพาะ จะช่วยลดแรงกดบริเวณปุ่มกระดูกได้ดีกว่าที่นอนธรรมดามาก อย่างไรก็ตาม หมออยากเน้นย้ำว่าที่นอนลมเป็นเพียงอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงได้ นอกจากนี้ควรใช้หมอนนุ่มๆ หนุนรองบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ตาตุ่ม เข่า และก้นกบ เพื่อไม่ให้กระดูกกดทับกันเอง

3. การดูแลผิวพรรณให้แห้งสะอาดและไม่อับชื้น

ความเปียกชื้นจากเหงื่อหรือสิ่งขับถ่ายจะทำให้ผิวหนังเปื่อยและฉีกขาดได้ง่าย ควรทำความสะอาดร่างกายของผู้ป่วยทันทีหลังการขับถ่ายด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ ซับผิวให้แห้งสนิทโดยห้ามขัดถูแรงๆ จากนั้นอาจทาครีมหรือโลชั่นเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตก

4. สารอาหารที่ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น

การฟื้นฟูแผลจากภายในเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ป่วยติดเตียงมักมีภาวะขาดสารอาหารซึ่งส่งผลให้แผลหายช้า หมอแนะนำให้เน้นอาหารประเภทโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา นม หรือเต้าหู้ รวมถึงอาหารที่มีวิตามินซีและธาตุสังกะสีสูง เพื่อช่วยในการสร้างคอลลาเจนและเร่งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อใหม่ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อประเมินปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมของแต่ละบุคคลด้วย

ขั้นตอนการทำความสะอาดแผลกดทับเบื้องต้นอย่างถูกหลักอนามัย

หากผู้ป่วยมีแผลกดทับเกิดขึ้นแล้วในระยะแรกเริ่ม (ระยะที่ 1-2) และแพทย์อนุญาตให้ทำแผลเองที่บ้านได้ ผู้ดูแลควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่สะอาดและถูกต้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำไหล หรือล้างด้วยแอลกอฮอล์เจลทุกครั้งก่อนและหลังทำแผล
  • เตรียมอุปกรณ์ทำแผลที่ปราศจากเชื้อ ได้แก่ น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) สำลีสะอาด และผ้าก๊อซ
  • ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผลเบื้องต้น โดยเช็ดจากกึ่งกลางแผลวนออกไปด้านนอกรอบๆ แผล ห้ามเช็ดวนกลับไปกลับมา
  • ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่รุนแรง เช่น แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ล้างลงบนก้นแผลโดยตรง เพราะสารเหล่านี้จะทำลายเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ที่กำลังสร้างตัว ทำให้แผลหายช้าลง
  • ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด แล้วปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผลที่เหมาะสมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของแผลและป้องกันสิ่งสกปรกจากภายนอก

สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนที่แปลว่าแผลติดเชื้อและต้องพบหมอทันที

แม้ว่าเราจะดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว แต่บางครั้งก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ผู้ดูแลต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติเหล่านี้ หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบพาร่างกายผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที

  • แผลมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีหนองสีเขียวหรือสีเหลืองไหลออกมาจากแผลในปริมาณมาก
  • ผิวหนังรอบๆ ขอบแผลมีอาการบวมแดง ร้อน และรู้สึกปวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ผู้ป่วยมีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการซึมลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • แผลมีขนาดกว้างขึ้น ลึกขึ้น หรือมีเนื้อตายสีดำคล้ำเพิ่มขึ้น

การดูแลแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียงเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน ความสม่ำเสมอ และความละเอียดอ่อนสูงมาก หมอเข้าใจดีว่าผู้ดูแลอาจจะเหนื่อยล้า แต่ขอให้ระลึกเสมอว่าความใส่ใจในการปรับเปลี่ยนท่าทาง การดูแลความสะอาด และการสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน คือยารักษาที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องคนที่เรารักให้ห่างไกลจากความเจ็บปวดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down