ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

มีคนไข้คนหนึ่งเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลใจ หลังจากผลตรวจสุขภาพประจำปีระบุว่า ระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันเลวเริ่มปริ่มๆ จะเกินเกณฑ์ ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าระมัดระวังเรื่องการกินอาหารเป็นอย่างดี แทบไม่แตะของหวานเลย คำถามแรกที่หมอถามกลับไปไม่ใช่เรื่องอาหารการกิน แต่เป็นประโยคที่ว่า "ในแต่ละวัน คุณนั่งทำงานติดต่อกันนานแค่ไหนโดยไม่ลุกไปไหนเลย?" คำตอบที่ได้คือเกือบ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งนี่คือต้นตอของปัญหาที่หลายคนมองข้าม

การนั่งแช่อยู่กับที่เป็นเวลานาน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ไม่ใช่แค่เรื่องของความขี้เกียจหรือการขาดการออกกำลังกายเท่านั้น แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานภายในร่างกายในระดับเซลล์เลยทีเดียว

พฤติกรรมเนือยนิ่งคืออะไร? แค่ไหนที่เรียกว่าเรากำลังขยับตัวน้อยเกินไป

พฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ได้หมายถึงการนอนหลับ แต่หมายถึงกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่เราทำในขณะตื่นอยู่ โดยมีการใช้พลังงานที่ต่ำมาก เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การนั่งดูโทรทัศน์ หรือการนั่งขับรถเป็นเวลานาน

หลายคนเข้าใจผิดว่า หากเราไปวิ่งออกกำลังกายตอนเย็นวันละ 30 นาทีแล้ว จะสามารถชดเชยการนั่งทำงานตลอดทั้งวันได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเวลาที่เหลือนอกเหนือจากนั้นคือการนั่งนิ่งๆ ร่างกายก็ยังได้รับอันตรายจากพฤติกรรมนี้อยู่ดี หมออยากให้มองว่านี่คือปัจจัยเสี่ยงที่แยกต่างหากจากการออกกำลังกาย

เจาะลึกผลกระทบของพฤติกรรมเนือยนิ่งต่อระบบเผาผลาญที่เริ่มทำงานช้าลง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรานั่งลงและหยุดขยับตัว กล้ามเนื้อลายมัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะที่สะโพกและขาจะหยุดทำงานแทบจะทันที การหยุดทำงานของกล้ามเนื้อนี้ส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อระบบเผาผลาญอย่างรวดเร็ว

1. ประสิทธิภาพการดึงน้ำตาลไปใช้ลดลง

โดยปกติแล้ว กล้ามเนื้อที่กำลังขยับเขยื้อนจะเป็นตัวดูดซับน้ำตาลกลูโคสจากกระแสเลือดมาใช้เป็นพลังงานหลัก แต่เมื่อเรานั่งนิ่งๆ ร่างกายจะตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้แย่ลง ส่งผลให้น้ำตาลคงค้างอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะดื้ออินซูลิน และพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในที่สุด

2. การเผาผลาญไขมันชะงักงัน

ผลกระทบของพฤติกรรมเนือยนิ่งต่อเอนไซม์ที่ชื่อว่า ไลโปโปรตีนไลเปส (Lipoprotein Lipase) นั้นรุนแรงมาก เอนไซม์ตัวนี้มีหน้าที่ดักจับไขมันในกระแสเลือดเพื่อนำไปเผาผลาญ เมื่อเรานั่งนานๆ ระดับของเอนไซม์นี้จะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อยลงอย่างน่าใจหาย ไขมันจึงไปสะสมตามหน้าท้อง ต้นขา และที่อันตรายที่สุดคือไขมันพอกตับและอวัยวะภายใน

ไขข้อข้องใจผลกระทบของพฤติกรรมเนือยนิ่งต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

หลอดเลือดของเราต้องการการไหลเวียนของเลือดที่ดีเพื่อรักษาความยืดหยุ่นและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายหยุดเคลื่อนไหว ระบบหัวใจและหลอดเลือดจะได้รับผลกระทบในระยะยาวโดยที่เราไม่รู้ตัว

1. หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นและตีบตันง่ายขึ้น

เมื่อไม่มีการขยับร่างกาย แรงบีบตัวของกล้ามเนื้อเพื่อช่วยดันเลือดกลับเข้าสู่หัวใจจะลดลง เลือดจะไหลเวียนช้าลงและเกิดการคั่งค้างในหลอดเลือดดำส่วนล่าง การไหลของเลือดที่ช้าลงนี้ส่งผลให้หลอดเลือดผลิตสารไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดได้น้อยลง เมื่อสะสมเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดจะเริ่มแข็งตัว เปราะง่าย และเกิดคราบไขมันเกาะตัวได้ง่ายขึ้น

2. ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

การนั่งนานๆ ทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานหนักขึ้น ร่างกายเกิดความตึงเครียดภายใน ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ร่วมกับภาวะหลอดเลือดหดตัว ยิ่งทำให้ความดันโลหิตค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปรับพฤติกรรมอย่างไรดี? วิธีง่ายๆ ปลุกร่างกายให้กลับมาแข็งแรงและกระฉับกระเฉง

หมอไม่อยากให้ตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะเราสามารถย้อนกลับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องหักโหมเข้ายิมอย่างหนักเสมอไป

  • ใช้กฎ 30 นาที: ทุกๆ การนั่งทำงาน 30 นาที ให้พยายามลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจ หรือเดินไปหยิบน้ำสัก 1-2 นาที การขยับตัวสั้นๆ นี้จะช่วยกระตุ้นเอนไซม์เผาผลาญไขมันและเปิดสวิตช์ระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานทันที
  • เปลี่ยนพฤติกรรมการประชุมหรือคุยโทรศัพท์: ลองเปลี่ยนมาใช้วิธียืนคุยโทรศัพท์ หรือหากประชุมแบบออนไลน์ ลองยืนฟังและขยับตัวไปด้วยแทนที่จะนั่งอยู่กับที่
  • เพิ่มการเดินสะสมระหว่างวัน: ลองจอดรถให้ไกลขึ้นอีกนิด เลือกใช้บันไดแทนลิฟต์สัก 1-2 ชั้น หรือเดินเล่นรอบๆ ที่ทำงานหลังมื้ออาหารกลางวันสัก 10 นาที เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

ร่างกายของเราถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว ไม่ใช่ให้นั่งนิ่งๆ การลุกขึ้นขยับตัวบ่อยๆ แม้เพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้กับหัวใจและระบบเผาผลาญของตัวเองได้ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจสักนิด แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down