ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ เมื่อความทรงจำร้ายๆ ไม่ยอมจางหาย

หลายคนอาจเคยผ่านเหตุการณ์ที่น่ากลัวและเฉียดตายมาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ภัยพิบัติ การสูญเสียกะทันหัน หรือเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ เรามักคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้นเองตามกาลเวลา แต่ในความเป็นจริง สำหรับบางคนแล้ว เหตุการณ์นั้นอาจผ่านพ้นไปร่างกายปลอดภัยดีแล้ว แต่จิตใจกลับติดอยู่ตรงวินาทีวิกฤตนั้นตลอดเวลา

อาการแบบนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่เรื่องที่แกล้งทำขึ้นมา แต่มันคือภาวะทางจิตวิทยาที่มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่า PTSD ซึ่งเป็นบาดแผลทางใจที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลที่ถูกต้องไม่ต่างจากบาดแผลทางกาย

เมื่อสมองติดหล่มความกลัว: กลไกเบื้องหลังอาการที่เกิดขึ้น

ลองนึกภาพว่าสมองของเราเปรียบเสมือนระบบกันขโมยบ้าน ปกติแล้วมันจะสงบเงียบจนกว่าจะมีภัย แต่สำหรับคนที่เจอเรื่องสะเทือนใจรุนแรง ระบบกันขโมยนี้เกิดรวนและทำงานตลอดเวลา แม้ว่าอันตรายจะจบลงไปนานแล้วก็ตาม

กลไกการทำงานของสมองส่วนที่จัดการกับความกลัวและสัญชาตญาณเอาตัวรอด (Amygdala) จะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวสูงมากตลอดเวลา สารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับการตอบสนองต่อความเครียดจึงหลั่งออกมาผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจยังคงอยู่ในโหมดต่อสู้หรือหนีภัยตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมาที่เราควบคุมไม่ได้

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าใจเรากำลังบาดเจ็บหนัก

อาการของ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ มักไม่ได้แสดงออกทันทีหลังเกิดเรื่อง บางครั้งอาจซ่อนอยู่เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยสัญญาณหลักๆ ที่หมอมักพบในคนไข้มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ

ภาพเหตุการณ์หลอนกลับมาซ้ำๆ เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นใหม่

คนไข้หลายคนเล่าให้ฟังว่า อยู่ดีๆ ภาพเหตุการณ์ร้ายแรงก็แวบเข้ามาในหัวอย่างชัดเจนเหมือนกำลังดูหนังซ้ำ หรือบางครั้งสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้ายถึงเรื่องเดิมซ้ำๆ จนหัวใจเต้นแรงเหงื่อแตก บางคนแค่ได้ยินเสียงคล้ายกัน หรือได้กลิ่นบรรยากาศเดิม สมองก็พาความรู้สึกกลัวสุดขีดกลับมาทันที

พยายามหนีทุกอย่างที่ทำให้คิดถึงเรื่องนั้น

ธรรมชาติของคนเราเมื่อเจอเรื่องเจ็บปวดก็ไม่อยากนึกถึง แต่สำหรับผู้ป่วยภาวะนี้ การหลีกหนีรุนแรงกว่าปกติมาก เช่น ไม่กล้าผ่านเส้นทางที่เคยเกิดอุบัติเหตุปฏิเสธที่จะเจอหน้าคนเกี่ยวข้อง หรือพยายามหาทางเบี่ยงเบนความสนใจตลอดเวลาเพื่อไม่ให้สมองนึกถึงเรื่องราวในอดีต

อารมณ์เปลี่ยนไป กลายเป็นคนละคน

หลายคนเริ่มรู้สึกชาชินกับความรู้สึก แยกตัวออกจากสังคม รู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป บางคนหงุดหงิดง่าย โกรธง่ายอย่างไร้เหตุผล หรือรู้สึกผิดอย่างรุนแรงว่าทำไมตัวเองถึงรอดชีวิตมาได้ในขณะที่คนอื่นเป็นอะไรไป

ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ผวาและนอนไม่หลับ

อาการทางกายที่ชัดเจนคือ นอนไม่หลับ หลับยากสะดุ้งตื่นง่าย ตกใจกับเสียงดังหรือการเคลื่อนไหวรอบตัวแบบผิดปกติ สมองเหมือนเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายตลอดเวลา ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง

ก้าวแรกของการรักษา: พาตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน

ข่าวดีคือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ สามารถรักษาให้ดีขึ้นและหายขาดได้ หากได้รับการดูแลที่เหมาะสมจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา โดยแนวทางการรักษาหลักๆ มีดังนี้

  • การพูดคุยบำบัดทางจิตวิทยา: เช่น การทำจิตบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (CBT) ช่วยให้คนไข้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความทรงจำร้ายๆ และมองเหตุการณ์นั้นด้วยมุมมองที่ปลอดภัยขึ้น
  • การใช้ยาช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมอง: ในบางรายที่มีอาการรุนแรง นอนไม่หลับ หรือมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มควบคุมสารสื่อประสาท เพื่อลดความวิตกกังวลและช่วยให้ระบบประสาทสงบลง
  • การสร้างพื้นที่ปลอดภัยรอบตัว: การได้รับความเข้าใจจากคนในครอบครัวและคนรอบข้าง เป็นยาขนานเอกที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจและกล้าที่จะเปิดใจรักษา

เมื่อไหร่ควรพาตัวเองหรือคนใกล้ตัวมาพบแพทย์

หากอาการเหล่านี้กินเวลานานเกินกว่าหนึ่งเดือนหลังจากเกิดเหตุการณ์ และเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จนไม่สามารถมีความสุขกับชีวิตได้เหมือนเดิม นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าควรมาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา

การมาพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าเราบ้า แต่เป็นการยอมรับว่าเรากำลังบาดเจ็บและต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำแผลใจให้หายสนิท เพื่อให้เราสามารถกลับมาใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down