ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูหวาดกลัวการไปโรงเรียนนัก?

หลายบ้านมักเจอปัญหาลูกร้องไห้โยเยหน้าประตูโรงเรียน หรือบ่นปวดท้องปวดหัวทุกเช้าที่ต้องไปเรียน อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความดื้อรั้น แต่บ่อยครั้งคือสัญญาณของ ความวิตกกังวลต่อการไปโรงเรียน ซึ่งเป็นภาวะที่เด็กเกิดความเครียดจากการต้องแยกจากพ่อแม่ หรือการต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยครับ

สังเกตอาการอย่างไรว่าลูกแค่ขี้เกียจหรือกังวลเกินไป?

เด็กที่มีความวิตกกังวลมักไม่ได้แค่บอกว่าไม่อยากไป แต่จะมีอาการทางกายร่วมด้วย โดยคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตสิ่งเหล่านี้ดูครับ

  • บ่นปวดท้อง ปวดหัว หรือคลื่นไส้ในช่วงเช้าก่อนไปเรียน แต่พอไม่ได้ไปอาการกลับหายเป็นปลิดทิ้ง
  • มีปัญหาเรื่องการนอน เช่น นอนหลับยาก ฝันร้าย หรือละเมอถึงเรื่องโรงเรียน
  • มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ร้องไห้หนักกว่าปกติ หรือแสดงอาการเกาะติดพ่อแม่ไม่ยอมห่าง
  • ไม่อยากเข้ากลุ่มเพื่อน หรือมีพฤติกรรมถอยหนีเมื่อต้องทำกิจกรรมในชั้นเรียน

วิธีช่วยให้ลูกก้าวผ่านความกังวลในแต่ละวัน

การปรับตัวต้องใช้เวลาและความเข้าใจ ผมแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามแนวทางเหล่านี้เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกครับ

สร้างกิจวัตรตอนเช้าให้เป็นเรื่องสนุกและคาดเดาได้

ความไม่แน่นอนคือศัตรูของความกังวล การเตรียมชุดอุปกรณ์การเรียนให้พร้อมตั้งแต่ตอนกลางคืน และทำตารางกิจกรรมตอนเช้าที่ชัดเจน จะช่วยลดความตื่นตระหนกของเด็กได้มาก การมีพิธีกรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น การกอดกันก่อนส่งที่หน้าประตู หรือการให้ตุ๊กตาตัวโปรดพกไปเป็นเพื่อน จะช่วยให้เด็กอุ่นใจขึ้น

คุยกับลูกด้วยความเข้าใจแทนการดุว่ากล่าว

ลองถามลูกด้วยคำถามปลายเปิดว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกกังวล แทนการถามว่าทำไมถึงไม่อยากไป การรับฟังโดยไม่ตัดสินจะทำให้ลูกกล้าเปิดใจเล่าปัญหาที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อน เรื่องคุณครู หรือเรื่องการเรียน เมื่อเรารู้สาเหตุที่แท้จริง เราจะช่วยลูกหาทางแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

ประสานงานกับคุณครูเพื่อความร่วมมือที่ต่อเนื่อง

คุณครูคือหัวใจสำคัญในการช่วยให้เด็กปรับตัวได้ การบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับลูกให้คุณครูทราบ เพื่อให้ท่านช่วยดูแลในช่วงแรกของการเข้าโรงเรียน จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่ครูก็เข้าใจและพร้อมดูแลเขาเหมือนที่บ้าน

เมื่อไหร่ที่ความกังวลกลายเป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาคุณหมอ?

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วผ่านไปหลายสัปดาห์แต่ลูกยังคงมีอาการรุนแรง เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียนเด็ดขาด น้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติ มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง หรือแยกตัวจากสังคมจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ กรณีนี้แนะนำให้พามาปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กครับ เพื่อหาสาเหตุที่ลึกกว่านั้น เช่น โรควิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งหากได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม ลูกจะกลับมามีความสุขกับการไปเรียนได้อีกครั้งครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down