ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่หมอเดินทางไปตรวจคนไข้ในแถบภาคอีสานหรือภาคเหนือ เมนูหนึ่งที่มักจะเห็นบนโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงสังสรรค์เสมอคือ 'ก้อยปลา' หรือ 'ลาบปลาน้ำจืดดิบ' เมนูเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้านที่หลายคนโปรดปราน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของภัยเงียบที่สะสมอยู่ในร่างกายมานานนับสิบปี นั่นคือโรคพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

จากเมนูจานโปรดสู่ภัยเงียบ: พยาธิใบไม้ในตับเข้าไปอยู่ในตัวเราได้อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า แค่กินปลาดิบตัวเล็กๆ ทำไมถึงทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับได้ กลไกนี้เริ่มจากตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับที่อาศัยอยู่ในเนื้อปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว เมื่อเรากินปลาเหล่านี้เข้าไปโดยไม่ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อน ตัวอ่อนของพยาธิจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วคืบคลานเข้าสู่ท่อน้ำดีในตับ เพื่อเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยคอยดูดกินสารอาหารและแพร่พันธุ์ ไข่พยาธิจะถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ วนเวียนเป็นวัฏจักรไม่สิ้นสุดหากไม่มีการรักษาอย่างถูกวิธี

เช็กตัวเองด่วน! ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับที่คุณอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว

การรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ จะช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันเวลาก่อนที่ตับและท่อน้ำดีจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ลองมาดูกันว่าพฤติกรรมหรือปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เรามีความเสี่ยงสูง

1. พฤติกรรมการกินปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงสุกๆ ดิบๆ

นี่คือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่ง เมนูยอดฮิตอย่างก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้มที่หมักไม่ได้ที่ หรือปลาเผาที่ย่างไม่สุกดี ล้วนมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับที่ยังมีชีวิตอยู่พร้อมที่จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ตลอดเวลา

2. ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการบีบมะนาวเพื่อฆ่าพยาธิ

หมอมักจะได้รับคำถามบ่อยๆ ว่า บีบมะนาวเปรี้ยวๆ ใส่เหล้าขาว หรือใส่น้ำส้มสายชูลงไปในก้อยปลาแล้ว จะช่วยฆ่าพยาธิได้หรือไม่ ความจริงคือ กรดจากมะนาวหรือแอลกอฮอล์ไม่ได้มีความเข้มข้นหรือมีประสิทธิภาพเพียงพอในการทำลายตัวอ่อนของพยาธิที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อปลาได้เลย สิ่งที่ได้มีเพียงแค่เนื้อปลาที่เปลี่ยนสีดูเหมือนสุกภายนอก แต่ตัวพยาธิยังอยู่ครบถ้วนและพร้อมเติบโตในร่างกายเรา

3. การบริโภคปลาร้าดิบหรือน้ำปลาร้าที่ไม่ผ่านความร้อน

ปลาร้าที่หมักในระยะเวลาสั้นๆ หรือปลาร้าที่ทำขึ้นมาแบบไม่ได้มาตรฐาน หากนำมาใส่ในส้มตำหรือน้ำพริกโดยไม่ต้มสุกก่อน ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ทำให้ได้รับตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับได้ง่ายเช่นกัน

4. ระบบสุขอนามัยในชุมชนและการขับถ่ายที่ไม่ถูกวิธี

ในพื้นที่ที่มีการขับถ่ายอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง หรือระบบส้วมที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้ไข่พยาธิที่ปนเปื้อนในอุจจาระแพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำ ไปเติบโตในหอยและปลาน้ำจืดตามธรรมชาติ วนกลับมาสร้างวงจรการติดเชื้อในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

อาการเตือนแบบไหน? ที่บ่งบอกว่าพยาธิเริ่มคุกคามตับและท่อน้ำดีแล้ว

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในระยะแรกของการติดเชื้อมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่ละเลยและคิดว่าตัวเองแข็งแรงดี แต่เมื่อพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานานหลายปี จะเริ่มทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง จนนำไปสู่อาการเหล่านี้

  • รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยเฉพาะหลังกินอาหารประเภทไขมัน
  • มีอาการปวดตื้อๆ หรือเจ็บแปลบใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ต่ำๆ และรู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง
  • ในระยะรุนแรง จะเริ่มมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้มจัด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของท่อน้ำดีอุดตันหรือการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี

ตัดวงจรพยาธิใบไม้ในตับได้อย่างไร โดยไม่ต้องอดกินของอร่อย

หมอไม่ได้ห้ามกินปลาน้ำจืด เพราะปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยมและย่อยง่าย แต่เราสามารถเปลี่ยนวิธีการกินให้ปลอดภัยได้ง่ายๆ ดังนี้

  • ปรุงสุกด้วยความร้อนเสมอ: ตัวอ่อนของพยาธิจะตายสนิทเมื่อผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป นานอย่างน้อย 5 นาที ดังนั้นควรต้ม ปิ้ง ย่าง หรือทอดให้สุกทั่วถึง
  • เลือกปลาร้าต้มสุก: หากอยากกินส้มตำรสแซ่บ ควรเลือกใช้น้ำปลาร้าที่ผ่านการต้มจนเดือดแล้วเท่านั้น
  • ตรวจอุจจาระประจำปี: สำหรับผู้ที่มีประวัติเคยกินปลาน้ำจืดดิบ ควรเข้ารับการตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระอย่างน้อยปีละครั้ง หากพบแพทย์จะจ่ายยาถ่ายพยาธิพราซิควอนเทลเพื่อรักษาให้หายขาด
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเองโดยไม่จำเป็น: การกินยาถ่ายพยาธิโดยที่ยังมีพฤติกรรมกินดิบเหมือนเดิม ไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และการกินยาบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นอาจส่งผลเสียต่อตับได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละเล็กทีละน้อย เลือกกินอาหารที่ปรุงสุก สะอาด ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องตัวเราเองจากพยาธิใบไม้ในตับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อให้เราได้อยู่กินของอร่อยกับคนที่รักไปอีกนานแสนนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down