ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่มือใหม่หลายคน โดยเฉพาะช่วงที่ต้องดูแลลูกน้อยใกล้ชิด อาจเคยประสบปัญหาปวดข้อมือ เจ็บแปลบเวลาจะขยับนิ้วหัวแม่มือ กำมือ หรือเวลาอุ้มลูก หรือแม้แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็อาจมีอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งอาการปวดที่ข้อมือข้างหัวแม่มือแบบนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ต้องทนไปวันๆ นะครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับภาวะที่เรียกว่า “เอ็นข้อมืออักเสบ” (De Quervain’s Tenosynovitis) ที่พบบ่อยในคุณแม่กัน ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะดูแลรักษาตัวเองได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองและลูกน้อยได้อย่างมีความสุขไร้กังวลเรื่องความเจ็บปวดที่ข้อมือ

ภาวะเอ็นข้อมืออักเสบในคุณแม่... คืออะไรกันนะ?

ภาวะเอ็นข้อมืออักเสบ หรือทางการแพทย์เรียกว่า De Quervain’s Tenosynovitis เป็นอาการที่เส้นเอ็นบริเวณข้อมือฝั่งหัวแม่มือเกิดการอักเสบ บวม และหนาตัวขึ้น ทำให้ปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่เป็นอุโมงค์ให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่าน เกิดการตีบแคบลง เมื่อเราขยับนิ้วหัวแม่มือหรือข้อมือ เส้นเอ็นก็จะถูกบีบ ถูกเสียดสี ทำให้เกิดอาการปวด บวม และเจ็บได้ง่ายขึ้น

ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอดถึงเป็นกันเยอะ?

มีหลายปัจจัยเลยที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอดมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากกว่าคนทั่วไป

  • ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง: ช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการบวมน้ำในร่างกาย รวมถึงบริเวณปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่ข้อมือก็บวมขึ้นได้ ทำให้ปลอกหุ้มเส้นเอ็นตีบแคบลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้งานหนัก
  • ท่าทางการอุ้มลูก: หลังคลอด การอุ้มลูก ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม ซ้ำๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะท่าที่ใช้ข้อมือและนิ้วหัวแม่มือเกร็งเป็นเวลานานๆ เช่น การอุ้มประคองคอและหลังลูกด้วยมือเดียว การจับขวดนม หรือการรองรับศีรษะลูกขณะให้นม ล้วนแต่เป็นท่าที่เพิ่มภาระให้เส้นเอ็นบริเวณข้อมือทำงานหนักเกินไป และเกิดการอักเสบขึ้นได้ง่าย
  • การยกของหนัก: คุณแม่หลายคนต้องยกของหนักๆ เช่น ตะกร้าของใช้ลูกน้อย รถเข็นเด็ก หรือแม้แต่น้ำหนักของลูกน้อยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการใช้ข้อมืออย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง

ปวดแบบไหน... ที่บอกว่าใช่เอ็นข้อมืออักเสบ?

อาการหลักๆ ของภาวะเอ็นข้อมืออักเสบที่คุณแม่ควรรู้มีดังนี้

  • ปวดบริเวณข้อมือใกล้กับโคนนิ้วหัวแม่มือ: เป็นอาการที่ชัดเจนที่สุด โดยจะรู้สึกปวดเป็นพิเศษเมื่อพยายามขยับนิ้วหัวแม่มือ หรือขยับข้อมือไปมา
  • เจ็บแปลบขึ้นมา: โดยเฉพาะเวลาที่คุณแม่กำมือแน่นๆ หรือพยายามขยับนิ้วหัวแม่มือออกจากนิ้วอื่นๆ (กางนิ้วหัวแม่มือออก)
  • บวม: อาจสังเกตเห็นว่าบริเวณข้อมือฝั่งหัวแม่มือมีอาการบวมเล็กน้อย
  • รู้สึกติดขัด: บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนเส้นเอ็นสะดุด หรือมีเสียงกรอบแกรบเบาๆ เวลาขยับ
  • อ่อนแรง: อาจรู้สึกว่าไม่มีแรงในการกำมือ หยิบจับสิ่งของ หรือบีบสิ่งของ

หมอจะวินิจฉัยภาวะนี้ได้อย่างไร?

โดยปกติแล้ว แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะเอ็นข้อมืออักเสบได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำ Finkelstein's test ซึ่งเป็นการทดสอบง่ายๆ โดยให้คุณแม่กำนิ้วหัวแม่มือไว้ด้านใน จากนั้นบิดข้อมือไปทางนิ้วก้อย หากรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรง แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นภาวะนี้ นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวนด์ เพื่อยืนยันการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็น

ดูแลและรักษาเอ็นข้อมืออักเสบอย่างไรให้หาย?

การรักษาภาวะนี้มีหลายวิธี ตั้งแต่การดูแลตัวเองที่บ้านไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

เริ่มที่ตัวเรา: การดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน

  • พักการใช้งาน: นี่คือหัวใจสำคัญ! พยายามหลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด เช่น การใช้ข้อมือหรือนิ้วหัวแม่มือมากเกินไป พยายามปรับท่าอุ้มลูกหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ให้ข้อมืออยู่ในท่าที่สบายที่สุด
  • ประคบเย็น: หากอาการเพิ่งเริ่ม หรือมีอาการบวมและปวดมาก ให้ประคบเย็นบริเวณที่ปวด ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดการอักเสบและลดบวม
  • ใช้อุปกรณ์พยุง: การใส่เฝือกอ่อน หรืออุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วหัวแม่มือ จะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหว ลดการเสียดสีของเส้นเอ็น และช่วยให้เส้นเอ็นได้พัก
  • ออกกำลังกายเบาๆ: เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว อาจเริ่มบริหารข้อมือและนิ้วหัวแม่มือเบาๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรง แต่ควรทำอย่างระมัดระวังและไม่ฝืนตัวเอง

เมื่อการดูแลตัวเองไม่พอ: ทางเลือกทางการแพทย์

  • ยาแก้ปวดลดอักเสบ: แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาในกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ ทั้งชนิดรับประทานและชนิดทาภายนอก แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ให้นมบุตรหรือกำลังตั้งครรภ์
  • ฉีดยาสเตียรอยด์: หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่บริเวณปลอกหุ้มเส้นเอ็น เพื่อลดการอักเสบและอาการบวม ซึ่งมักให้ผลการรักษาที่ดีและรวดเร็ว
  • การทำกายภาพบำบัด: นักกายภาพบำบัดจะช่วยแนะนำท่าทางการบริหาร การปรับท่าทางในการทำกิจกรรมประจำวัน และอาจใช้อุปกรณ์ทางกายภาพบำบัดบางอย่างเพื่อช่วยลดปวดและเร่งการฟื้นตัว
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล อาการปวดยังคงรุนแรงและเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเล็กเพื่อขยายปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่ตีบแคบ เพื่อให้เส้นเอ็นสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระมากขึ้น

ทำอย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ... พร้อมดูแลลูกน้อยได้เต็มที่?

การปรับท่าทางการดูแลลูกน้อยในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญมาก

  • ปรับท่าอุ้มลูก: พยายามอุ้มลูกโดยใช้แขนทั้งแขนรับน้ำหนัก ไม่ใช่แค่ข้อมือและนิ้วหัวแม่มือ เน้นการใช้กล้ามเนื้อแขนส่วนบนและลำตัวเป็นหลัก หรือใช้หมอนรองให้นมเข้ามาช่วย
  • ระวังการยกของ: หลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยข้อมือเพียงอย่างเดียว ควรใช้สองมือ หรือใช้กำลังจากแขนและลำตัวช่วยยก
  • พักเป็นระยะ: หากต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน ควรพักเป็นระยะๆ และยืดเหยียดข้อมือเบาๆ
  • ออกกำลังกาย: หมั่นออกกำลังกายบริหารข้อมือและมือ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นอย่างสม่ำเสมอ
  • สังเกตตัวเอง: หากเริ่มมีอาการปวดเล็กน้อย ให้รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันที ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น

สัญญาณเตือนที่บอกว่า... ต้องรีบไปหาหมอแล้วนะ!

แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะดูแลตัวเองได้ แต่ก็มีบางกรณีที่คุณแม่ไม่ควรรอช้าและควรรีบไปพบแพทย์

  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ทุเลาลงเลยแม้จะพักการใช้งานแล้ว
  • มีอาการบวม แดง ร้อน ที่ข้อมืออย่างชัดเจน
  • รู้สึกชา หรืออ่อนแรงอย่างมากที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่นๆ
  • มีไข้ร่วมด้วย (ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ)
  • ไม่สามารถทำกิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันได้เลยเพราะอาการปวด

การดูแลสุขภาพของคุณแม่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลลูกน้อยเลยนะครับ เพราะถ้าคุณแม่แข็งแรง ก็จะสามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่และมีความสุข การเข้าใจภาวะเอ็นข้อมืออักเสบและรู้วิธีจัดการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันมีค่านี้ไปได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีสุขภาพดี แข็งแรงนะครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down