ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แผลเรื้อรังที่เท้าและขา: สัญญาณเตือนภัยจากหลอดเลือดตีบตันที่ต้องรีบรู้

เวลาที่ตรวจพบแผลเรื้อรังตามปลายนิ้วเท้าหรือหน้าแข้ง สิ่งแรกที่คนไข้ส่วนใหญ่มักทำคือการหายาทาแผลมาใส่เอง หรือไปล้างแผลที่คลินิกใกล้บ้านอย่างสม่ำเสมอ แต่ผ่านไปเป็นเดือนแผลก็ยังไม่ยอมปิดปากสักที บางครั้งแผลกลับลุกลามและมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเดินไม่ไหว ในฐานะแพทย์ที่ดูแลคนไข้กลุ่มนี้มานาน อยากบอกว่าแผลที่ไม่ยอมหายเหล่านี้ บ่อยครั้งไม่ได้มีสาเหตุมาจากแค่เรื่องความสะอาดของแผลภายนอก แต่อาจมีต้นตอมาจากปัญหาที่ซ่อนอยู่ลึกข้างใน นั่นคือโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน ซึ่งทำให้เลือดและออกซิเจนเดินทางไปเลี้ยงผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนปลายได้ไม่เพียงพอ

เข้าใจกลไก: ทำไมเลือดไปไม่ถึง แล้วแผลถึงไม่ยอมหายสักที?

ร่างกายของเราเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่มีท่อประปาหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผนังหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปเลี้ยงขาและเท้าเกิดการสะสมของคราบไขมัน คราบหินปูน จนหลอดเลือดตีบแคบลงหรืออุดตัน เมื่อเลือดเดินทางไปไม่ถึงผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณปลายเท้า เซลล์เหล่านั้นก็จะเริ่มขาดสารอาหารและออกซิเจน เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำ แค่มีรอยขีดข่วนเล็กๆ หรือรองเท้ากัดเพียงนิดเดียว เนื้อเยื่อบริเวณนั้นก็พร้อมที่จะตาย กลายเป็นแผลเรื้อรังที่รักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด เพราะไม่มีเลือดและสารอาหารดีๆ มาช่วยซ่อมแซมแผลนั่นเอง

เช็กอาการเบื้องต้น: สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าหลอดเลือดที่ขาเริ่มมีปัญหา

ก่อนที่แผลเรื้อรังจะปรากฏขึ้น ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างล่วงหน้าเสมอ หากสังเกตตัวเองดีๆ จะพบอาการเหล่านี้:

  • ปวดน่องเวลาเดิน: เดินได้สักระยะแล้วจะรู้สึกปวด ตึง หรือเป็นตะคริวที่น่องจนต้องหยุดพัก พักสักครู่แล้วดีขึ้นแล้วเดินต่อได้ อาการแบบนี้ทางการแพทย์เรียกว่าอาการปวดน่องระยะประชิด
  • เท้าเย็นผิดปกติ: สัมผัสที่เท้าแล้วรู้สึกเย็นกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายอย่างเห็นได้ชัด
  • สีผิวเปลี่ยนไป: ผิวหนังที่เท้าหรือขาเริ่มซีดคล้ำ ขนที่ขาเริ่มร่วงลงเรื่อยๆ หรือผิวหนังบางและเป็นมันเงา
  • ชีพจรที่เท้าเบาลง: ลองคลำบริเวณหลังเท้าหรือข้อเท้าด้านใน จะรู้สึกว่าชีพจรเต้นเบามากหรือแทบจับไม่เจอ

วิธีดูแลแผลเรื้อรังจากโรคหลอดเลือดส่วนปลายให้ถูกวิธี

การจัดการกับแผลกลุ่มนี้ต้องอาศัยการดูแลทั้งจากภายนอกและการแก้ที่ต้นเหตุภายในไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหลักการสำคัญมีดังนี้

การทำความสะอาดและเลือกใช้วัสดุปิดแผลที่เหมาะสม

การล้างแผลต้องทำด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป เพราะจะไปทำลายเนื้อเยื่อใหม่ที่กำลังสร้างตัว การเลือกใช้วัสดุปิดแผลควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านแผล เพื่อเลือกแผ่นปิดแผลที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในระดับที่พอเหมาะ ช่วยดูดซับน้ำเหลือง และป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

การควบคุมโรคประจำตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หัวใจสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่คือเงื่อนไขบังคับ เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง เลือดจะยิ่งไหลเวียนไปเลี้ยงแผลได้ยากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ควรเลือกสวมรองเท้าที่นุ่มสบาย ไม่บีบรัด เพื่อลดแรงกดทับบริเวณแผล

เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ในการเปิดหลอดเลือด

ในปัจจุบัน การรักษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การล้างแผลและการให้ยาปฏิชีวนะอีกต่อไป หากแพทย์ประเมินแล้วพบว่าหลอดเลือดตีบตันมาก การรักษาที่ตรงจุดคือการทำหัตถการเพื่อเปิดทางเดินเลือด เช่น การสวนหลอดเลือดเพื่อขยายด้วยบอลลูนหรือใส่ขดลวดค้ำยัน (Balloon Angioplasty and Stenting) หรือในบางรายอาจต้องผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (Bypass Surgery) เมื่อเลือดกลับมาไหลเวียนได้ดีขึ้น ออกซิเจนและเม็ดเลือดขาวก็จะเดินทางไปถึงแผล ทำให้แผลได้รับสารอาหารและเริ่มกระบวนการสมานตัวได้ตามธรรมชาติอีกครั้ง

สัญญาณเตือนภัยเร่งด่วน: อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

หากปล่อยให้โรคหลอดเลือดส่วนปลายลุกลามจนรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะเนื้อตายเน่า (Gangrene) ที่เสี่ยงต่อการถูกตัดขาได้ ดังนั้นควรสังเกตอาการฉุกเฉินเหล่านี้ หากพบต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที:

  • แผลเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ: ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อรอบแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและลามขยายวงกว้าง
  • มีไข้ร่วมกับแผลบวมแดงร้อน: บริเวณรอบแผลบวมแดง ร้อน และมีหนองไหลออกมาพร้อมกลิ่นเหม็นรุนแรง
  • ปวดรุนแรงตลอดเวลา: อาการปวดที่เท้าหรือขาเป็นตลอดเวลา แม้กระทั่งในเวลานอนตอนกลางคืนและไม่ได้เดิน

การดูแลแผลเรื้อรังจากโรคหลอดเลือดส่วนปลายต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการรักษาที่ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง การดูแลตัวเองร่วมกับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดโอกาสการสูญเสียอวัยวะและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down