ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รู้สึกไหมว่าใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว? สัญญาณเตือนที่บอกว่าสมาธิเรากำลังสั้นลง

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาคล้ายกัน คือรู้สึกว่าตัวเองจดจ่อกับงานตรงหน้าไม่ได้นานเหมือนเมื่อก่อน อ่านหนังสือก็จับใจความยาก หรือแค่นั่งทำงานไปไม่กี่นาทีมือก็เผลอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถฟีดจนลืมสิ่งที่ต้องทำ ความรู้สึกเหมือนสมองล้าและหลุดโฟกัสตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง แต่มันคือปัญหาการลดลงของสมาธิและความจดจ่อที่กำลังเกิดขึ้นกับคนยุคดิจิทัลอย่างแพร่หลาย

ทำไมสมองถึงเหนื่อยล้าจนเสียสมาธิ? เจาะกลไกที่ซ่อนอยู่ภายใน

สมองของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับข้อมูลมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง การที่เราต้องสลับความสนใจไปมาระหว่างงาน อีเมล และการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย ทำให้สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมสมาธิหรือ Prefrontal Cortex ทำงานหนักเกินไป จนเกิดอาการที่เรียกว่า Brain Fog หรือสมองตื้อ นอกจากนี้ ระดับสารสื่อประสาทอย่างโดปามีนที่ถูกกระตุ้นจากการได้รับความบันเทิงสั้นๆ บนหน้าจอ ยังทำให้ความสามารถในการอดทนรอหรือทำงานที่ต้องใช้ความต่อเนื่องยาวนานลดลงอย่างน่าตกใจ

ปัจจัยรอบตัวที่ขัดขวางไม่ให้เรามีสมาธิ

พฤติกรรมการเสพข้อมูลแบบรวดเร็ว

การดูคลิปวิดีโอสั้นๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมงทำให้สมองคุ้นชินกับการเปลี่ยนผ่านที่ฉับไว เมื่อต้องกลับมาทำงานที่ช้าและต้องใช้ความลึกซึ้ง สมองจึงสั่งการให้รู้สึกเบื่อและอยากหลีกหนีไปหาสิ่งกระตุ้นที่เร้าใจกว่า

คุณภาพการนอนและการพักผ่อนที่ไม่ถึงเกณฑ์

การนอนไม่พอหรือนอนหลับไม่สนิทส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูเซลล์สมอง หากสมองไม่ได้จัดระเบียบข้อมูลในช่วงที่เราหลับ วันถัดไปเราจะพบว่าความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการจดจ่อลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีปรับสมองให้กลับมานิ่งและจดจ่อได้อีกครั้ง

การกู้คืนสมาธิไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องใช้เวลาและการฝึกฝน ลองเริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ฝึกการทำงานแบบ Single-tasking: เลิกทำหลายอย่างพร้อมกัน แล้วหันมาโฟกัสงานเพียงชิ้นเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 25 นาทีของการทำงานอย่างมีสมาธิสลับกับการพักสั้นๆ
  • จัดการสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม: ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นและเก็บโทรศัพท์ให้ห่างจากสายตาในช่วงเวลาที่ต้องการสมาธิสูง
  • ให้สมองได้พักแบบไม่มีข้อมูลเข้า: ฝึกปล่อยใจให้ว่างเปล่าบ้าง เช่น การเดินเล่นโดยไม่ฟังพอดแคสต์หรือเพลง หรือการนั่งสมาธิเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน เพื่อให้สมองได้เคลียร์ขยะออกจากระบบ
  • จัดลำดับความสำคัญของข้อมูล: ลดการรับข้อมูลที่ไม่ได้มีความสำคัญต่อชีวิตจริง เพื่อไม่ให้พื้นที่ความจำใช้งานของสมองเต็มจนเกินไป

เมื่อไหร่ที่ปัญหาเรื่องสมาธิกลายเป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาแพทย์

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการใจลอยหรือขาดสมาธิยังไม่ดีขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ หรือหน้าที่การงานอย่างรุนแรง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจมีปัจจัยซ่อนเร้น เช่น ภาวะวิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือกลุ่มอาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ซึ่งการได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีขึ้นได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down