ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้รู้สึกไหมว่า อ่านหนังสือไม่ถึงหน้าก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็กเสียแล้ว?

หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยความกังวลใจคล้ายๆ กันว่า ทำไมช่วงนี้ตัวเองถึงรู้สึกว่าสมาธิสั้นลง ความจำปลาทอง และจดจ่อกับการทำงานชิ้นหนึ่งได้ยากเหลือเกิน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้ หลายคนเริ่มโทษตัวเองว่าเป็นคนขี้เกียจ หรือหมดไฟในการทำงานไปเสียดื้อๆ

ในฐานะหมอ อยากบอกว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เป็นแบบนี้ และต้นเหตุก็ไม่ใช่เพราะความตั้งใจลดลง แต่สมองของเราในยุคปัจจุบันกำลังทำงานหนักเกินไปจากสิ่งเร้ารอบตัวต่างหาก

สมองของเรากำลังโดนขโมยความสนใจไปทีละน้อยได้อย่างไร?

เวลาที่เราไถฟีดโซเชียลมีเดีย หรือมีเสียงแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตลอดทั้งวัน สมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ การวางแผน และการควบคุมสมาธิ จะต้องทำงานหนักมากในการสลับความสนใจไปมา (Task Switching) การสลับโหมดบ่อยๆ นี้ทำให้สมองเกิดอาการล้าสะสม ส่งผลให้ความสามารถในการจดจ่อกับเรื่องเดียวนานๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ฮอร์โมนความเครียดและสารเคมีในสมองอย่างโดปามีนที่หลั่งออกมาเวลาที่เราเสพคอนเทนต์สั้นๆ ก็มีส่วนทำให้สมองเสพติดความรวดเร็ว พอต้องมาทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและความลึกซึ้ง สมองจึงพยายามหลีกหนีเพราะมันต้องใช้พลังงานเยอะเกินไป

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าสมองเริ่มล้าและสมาธิกำลังหายไป?

ลองเช็กตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้บ่อยแค่ไหนในชีวิตประจำวัน

  • อ่านหนังสือบทความยาวๆ ไม่จบ ต้องกวาดสายตาข้ามไปมา
  • ระหว่างทำงานมักจะมีมือถืออยู่ในมือหรืออยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
  • จำไม่ได้ว่าเมื่อกี้เพิ่งวางกุญแจรถไว้ที่ไหน หรือกำลังจะเดินมาหยิบอะไรที่ห้องครัว
  • รู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจช่วงบ่ายๆ แม้มนุษย์ออฟฟิศจะไม่ได้ใช้แรงกายหนักก็ตาม

วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อดึงสมาธิและความจดจ่อให้กลับคืนมา

ข่าวดีคือ สมองของเรามีความสามารถในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือที่เรียกว่า Neuroplasticity ถ้าเราเริ่มปรับพฤติกรรม สมองก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมาโฟกัสได้ดีขึ้นได้เช่นกัน

จัดโซนปลอดมือถือช่วงทำงานสำคัญ

ลองแบ่งเวลาสักช่วงสั้นๆ เช่น หนึ่งชั่วโมงตอนเช้า ปิดแจ้งเตือนทุกอย่างแล้วคว่ำมือถือเก็บใส่ลิ้นชัก ให้สมองได้ทำงานชิ้นเดียวโดยไม่มีสิ่งเร้ามากวนใจ การทำแบบนี้จะช่วยฝึกความอึดให้สมองได้จดจ่อกับงานตรงหน้ามากขึ้น

พักสมองแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่เปลี่ยนไปไถจอ

เวลาที่รู้สึกสมองตื้อ หลายคนชอบพักด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาเล่น ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็นการให้สมองรับข้อมูลเพิ่ม เปลี่ยนเป็นการลุกขึ้นไปเดินยืดเส้นยืดสาย มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือดื่มน้ำเปล่า เพื่อให้สมองได้พักสายตาและผ่อนคลายอย่างแท้จริง

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนดึกตื่นเช้าส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำงานของสมองส่วนหน้า การนอนหลับลึกคือช่วงเวลาที่สมองทำการจัดระเบียบข้อมูลและซ่อมแซมตัวเอง หากนอนน้อย สมาธิก็จะยิ่งพังง่ายในวันถัดไป

อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด?

แม้ว่าปัญหาการลดลงของสมาธิและความจดจ่อส่วนใหญ่จะมาจากไลฟ์สไตล์และความเครียด แต่หากอาการเหล่านี้เริ่มรุนแรงจนกระทบต่อหน้าที่การงาน การเรียน หรือมีความจำเสื่อมร่วมด้วยอย่างรวดเร็ว จนรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินหาภาวะอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล หรือปัญหาฮอร์โมน เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่ถูกต้องต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down