ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในห้องตรวจของหมอ คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะหยิบยกมาปรึกษาอยู่เสมอก็คือ ทำไมพูดอะไรลูกก็ไม่ฟัง หรือยิ่งดุเหมือนยิ่งยุ จนบางครั้งคนเป็นพ่อแม่เองก็เหนื่อยใจจนแอบร้องไห้คนเดียว ความจริงแล้ว ปัญหาพฤติกรรมของลูก ไม่ว่าจะเป็นการก้าวร้าว ดื้อเงียบ หรือเก็บตัว ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเด็กเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากสายสัมพันธ์และระบบการสื่อสารของทุกคนในบ้าน ซึ่งนี่คือจุดที่กระบวนการ ครอบครัวบำบัดและการปรับพฤติกรร จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยคลี่คลายปมปัญหาและเปลี่ยนบ้านให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง

ทำความเข้าใจกันใหม่: ครอบครัวบำบัด ไม่ใช่การหาคนผิด แต่คือการจับมือกันแก้ปัญหา

หลายคนพอได้ยินคำว่าครอบครัวบำบัด มักจะรู้สึกกังวลและคิดว่าบ้านเรามีปัญหาขั้นรุนแรงจนน่าอาย หรือคิดว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งในบ้านที่เป็นต้นเหตุของปัญหา แต่ในความจริงทางการแพทย์แล้ว ครอบครัวบำบัดคือเครื่องมือที่ช่วยปรับความเข้าใจของคนในบ้าน โดยมองครอบครัวเป็นเหมือนฟันเฟืองของนาฬิกา ถ้าเฟืองตัวหนึ่งขยับผิดจังหวะ เฟืองตัวอื่นๆ ก็จะรวนไปด้วย การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การไปซ่อมเฟืองตัวที่เสียเพียงตัวเดียว แต่เป็นการปรับจูนเฟืองทุกตัวในบ้านให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ในกระบวนการนี้ หมอไม่ได้มาเพื่อชี้นิ้วตัดสินว่าใครทำผิด หรือเลี้ยงลูกไม่ดี แต่เราจะมาช่วยกันมองหาว่า รูปแบบการสื่อสารแบบไหนที่กำลังทำร้ายจิตใจกันโดยไม่ตั้งใจ และจะปรับเปลี่ยนมันอย่างไรให้ทุกคนในบ้านกลับมารู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะเปิดใจคุยกันตรงๆ

สัญญาณเตือนเมื่อลูกรักเริ่มส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านพฤติกรรมแปลกๆ

พฤติกรรมเกเร ต่อต้าน หรือแม้กระทั่งการเงียบขรึมผิดปกติของลูก แท้จริงแล้วมักจะเป็นวิธีส่งสัญญาณบอกพ่อแม่ว่า เขากำลังมีปัญหาแต่ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดอย่างไร หมออยากให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ในตัวลูกอย่างใกล้ชิด

  • พฤติกรรมต่อต้านและก้าวร้าวผิดปกติ: เริ่มเถียงคำไม่ตกฟาก ทำลายข้าวของ หรือทำร้ายคนรอบข้างอย่างไม่มีเหตุผล
  • การแยกตัวและเก็บกด: จากเด็กที่เคยพูดเก่ง กลายเป็นคนเงียบขรึม ขังตัวเองอยู่ในห้อง และไม่ยอมมีปฏิสัมพันธ์กับใครในบ้าน
  • ผลการเรียนหรือพฤติกรรมที่โรงเรียนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน: มีปัญหาทะเลาะวิวาทกับเพื่อน หรือครูโทรมาแจ้งเรื่องพฤติกรรมบ่อยครั้ง
  • พฤติกรรมถดถอย: เช่น เด็กโตกลับมาปัสสาวะรดที่นอน หรือดูดนิ้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเด่นชัดของความเครียดสะสมในใจ

เทคนิคปรับพฤติกรรมลูกรักแบบไม่ต้องใช้ความรุนแรง

เมื่อเรารู้แล้วว่าลูกเริ่มมีปัญหา การปรับพฤติกรรมการเลี้ยงดูจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หมอขอย้ำเสมอว่าการตีหรือการดุด่าด้วยอารมณ์ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาระยะยาว แต่อาจทำให้เด็กสร้างพฤติกรรมโกหกหรือก้าวร้าวหลบในเพิ่มขึ้นแทน ลองหันมาใช้วิธีบำบัดเชิงบวกเหล่านี้ร่วมกัน

1. การสร้างกติกาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ

เด็กต้องการขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อให้รู้สึกมั่นคง พ่อแม่ควรพูดคุยและกำหนดข้อตกลงร่วมกันในบ้าน เช่น เวลาในการเล่นหน้าจอแท็บเล็ต หรือเวลาเข้านอน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าวันนี้พ่อแม่อารมณ์ดีปล่อยให้เล่นได้ แต่วันไหนอารมณ์เสียกลับสั่งห้ามเด็ดขาด แบบนี้เด็กจะสับสนและไม่ยอมรับกติกาในที่สุด

2. การให้แรงเสริมทางบวกเมื่อลูกทำดี

แทนที่จะคอยจ้องจับผิดเวลาลูกทำตัวไม่น่ารัก ให้เปลี่ยนมาเป็นจับถูกแทน เมื่อเห็นลูกช่วยงานบ้าน พูดจาไพเราะ หรือจัดการอารมณ์ตัวเองได้ดี ให้รีบชื่นชมทันที การชมอย่างเจาะจงในพฤติกรรมที่ดีจะช่วยให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจและอยากทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก

3. การจัดการอารมณ์ของตัวคุณพ่อคุณแม่เอง

ก่อนที่จะสอนลูกให้สงบ พ่อแม่ต้องสงบให้ได้ก่อน เมื่อลูกอาละวาด การที่เราตะโกนกลับจะยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ หมอแนะนำให้ใช้วิธีเพิกเฉยต่อพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจที่ไม่เป็นอันตราย และรอให้อารมณ์เย็นลงทั้งสองฝ่ายก่อน จึงค่อยเข้ามาพูดคุยด้วยเหตุผลและแสดงความเข้าใจในความรู้สึกของเขา

เมื่อเดินเข้ามาพบหมอ: ขั้นตอนการทำครอบครัวบำบัดเขากระทำกันอย่างไร?

หลายครอบครัวกังวลว่าเวลามาคุยกับหมอแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง กลัวว่าจะโดนดุหรือเปล่า หมออยากให้อุ่นใจได้เลยว่าขั้นตอนการบำบัดเป็นไปอย่างอบอุ่นและปลอดภัย โดยแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

ขั้นแรก: สร้างพื้นที่ปลอดภัยและประเมินสถานการณ์

หมอจะพูดคุยกับทุกคนในครอบครัวเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างและวิถีชีวิตของบ้านคุณ บางครั้งอาจมีการแยกคุยส่วนตัวกับเด็ก และคุยส่วนตัวกับพ่อแม่ เพื่อให้ทุกคนได้ระบายความอึดอัดใจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร

ขั้นสอง: ค้นหาแพทเทิร์นการสื่อสารที่ผิดพลาด

เราจะร่วมกันวิเคราะห์ว่า เวลาที่เกิดความขัดแย้งในบ้าน แต่ละคนมีปฏิกิริยาตอบโต้กันอย่างไร เช่น เมื่อพ่อแม่บ่น ลูกจะเงียบแล้วเดินหนี ซึ่งท่าทีเหล่านั้นยิ่งทำให้พ่อแม่โกรธมากขึ้น การเห็นวงจรนี้จะช่วยให้เราเข้าใจต้นตอของกำแพงในบ้าน

ขั้นสาม: ฝึกฝนทักษะใหม่และปรับพฤติกรรมร่วมกัน

เราจะเริ่มฝึกทักษะการฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตัดสิน การสื่อสารด้วยความรู้สึกที่แท้จริงแทนการตัดพ้อ และกำหนดแนวทางการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของครอบครัวคุณไปทดลองใช้จริงที่บ้าน

ข้อดีและประโยชน์ของหมอและทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประคับประคองครอบครัวของคุณ

การปรับพฤติกรรมและการทำครอบครัวบำบัดไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในข้ามคืน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่พ่อแม่จะทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบด้วยตัวเอง การมีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือนักจิตวิทยาครอบครัว คอยเป็นโค้ชเคียงข้าง จะช่วยให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่เราอาจมองข้ามไปเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง

พวกเราพร้อมที่จะเป็นกำลังใจ เป็นกระจกสะท้อน และเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คอยประคับประคองให้ครอบครัวของคุณก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน เพราะหมอเชื่อเสมอว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในบ้านของคุณ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down