ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันหนึ่งที่หมอต้องบอกข่าวร้ายกับเด็กน้อยและครอบครัว

เวลาที่หมอต้องนั่งคุยกับพ่อแม่และเด็กๆ เพื่อบอกว่าลูกรักกำลังป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน หอบหืด โรคไต หรือโรคภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่ออักเสบ แววตาของเด็กมักจะเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ คำถามแรกๆ ที่หมอมักได้ยินคือ ทำไมต้องเป็นหนู ทำไมหนูต้องกินยาเม็ดใหญ่ๆ ทุกวัน ทำไมเพื่อนไปวิ่งเล่นได้แต่หนูต้องนั่งมอง ภาพเหล่านี้ทำให้หมอตระหนักเสมอว่า การรักษาโรคเรื้อรังไม่ใช่แค่การเยียวยาอวัยวะร่างกายที่เสื่อมถอย แต่เรากำลังรักษาจิตใจของเด็กที่ต้องแบกรับภาระทางอารมณ์อันหนักอึ้งเกินกว่าวัย

ความเครียดเรื้อรังในเด็กป่วย หน้าตาเป็นอย่างไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อเด็กต้องเผชิญกับการเจ็บป่วยที่ไม่มีวันหายขาดในเร็ววัน ร่างกายและสมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาอย่างต่อเนื่อง ความเครียดและผลกระทบทางจิตวิทยาในเด็กที่เป็นโรคเรื้อรังจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้เครียดเพราะการบ้านหรือเรื่องเล่นเหมือนเด็กทั่วไป แต่เครียดจากเข็มฉีดยา กลิ่นโรงพยาบาล รอยแผลเป็น และความกลัวว่าความเจ็บป่วยจะพรากชีวิตของเขาไป ความเครียดนี้สะสมจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือความรู้สึกหมดหนทางที่ส่งผลต่อพัฒนาการโดยตรง

สัญญาณเตือนภัยทางอารมณ์และพฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องสังเกต

  • อาการถดถอยทางพฤติกรรม: เด็กที่เคยช่วยเหลือตัวเองได้ กลับมางอแง ปัสสาวะรดที่นอน หรือติดพ่อแม่อย่างหนัก
  • การเก็บตัวเงียบ: ไม่ยอมพูดคุย ไม่อยากเจอเพื่อนฝูง และปฏิเสธการทำกิจกรรมที่เคยชอบ
  • ปัญหาการนอนหลับและเบื่ออาหาร: สะดุ้งตื่นกลางดึก ฝันร้าย หรือน้ำหนักลดลงอย่างไร้สาเหตุ
  • ความก้าวร้าวหรือหงุดหงิดง่าย: แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่คนรอบข้างเพื่อระบายความอึดอัดที่พูดออกมาไม่ได้

ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพจิตใจและความสัมพันธ์รอบตัว

ถ้าปล่อยให้ความเครียดเกาะกินจิตใจเด็กนานเกินไป ผลกระทบจะลามไปถึงการเรียนและการเข้าสังคม เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ขาดความมั่นใจในตนเอง และมองว่าร่างกายตัวเองเป็นภาระ ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็อาจตึงเครียดตามไปด้วย เพราะพ่อแม่ต่างก็มีความเครียดและความกังวลไม่แพ้กัน กลายเป็นบรรยากาศในบ้านที่มีแต่ความวิตกกังวล ซึ่งยิ่งส่งผลให้โรคทางกายของเด็กควบคุมได้ยากขึ้นไปอีก เพราะสุขภาพกายและใจเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

วิธีดูแลประคับประคองจิตใจเด็กป่วยเรื้อรังจากห้องตรวจแพทย์

ในฐานะหมอ สิ่งสำคัญที่สุดที่เราทำได้คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกมา การรักษาต้องอาศัยทีมสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ผู้รักษา พยาบาล นักจิตวิทยา และที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว พ่อแม่ต้องฟังให้มากกว่าสอน ยอมรับในความโกรธและความเสียใจของลูก และพยายามให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องการรักษาตามวัย เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองยังพอมีอำนาจควบคุมชีวิตของตัวเองได้บ้าง

สร้างความเข้าใจและกำลังใจในชีวิตประจำวัน

เราไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าเด็กป่วยเป็นโรคเรื้อรังได้ แต่เราช่วยให้เขามีความสุขในแบบที่เป็นอยู่ได้ การหากิจกรรมเบาๆ ที่ทำร่วมกันได้ การชื่นชมความอดทนของเขา และการให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่แข็งแกร่ง เพราะหัวใจที่เข้มแข็งจะช่วยพาร่างกายให้อดทนต่อความเจ็บป่วยได้ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down