ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมยาต้านอาการทางจิตถึงส่งผลต่อร่างกายเรา

หลายคนที่กำลังดูแลตัวเองหรือดูแลคนใกล้ชิดที่ป่วยด้วยโรคทางจิตเวช มักจะมีความกังวลใจเมื่อต้องได้รับยาต้านอาการทางจิต ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะยาส่วนใหญ่มักมีผลข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หมออยากชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่า ยาเหล่านี้ทำงานโดยการไปปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง เพื่อลดอาการหูแว่ว ภาพหลอน หรือความคิดที่สับสนวุ่นวาย แต่ในขณะที่ยาออกฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลนั้น มันอาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายได้เช่นกัน

ผลข้างเคียงเรื่องการเคลื่อนไหวที่ต้องหมั่นสังเกต

ผลกระทบจากการใช้ยาต้านอาการทางจิตบางชนิดที่พบบ่อยคือ ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงแรกของการใช้ยาหรือเมื่อมีการปรับเพิ่มขนาดยา โดยอาการอาจแสดงออกมาได้หลายลักษณะ

  • อาการกล้ามเนื้อเกร็งค้าง โดยเฉพาะที่บริเวณคอ ลิ้น หรือดวงตาที่กรอกขึ้นข้างบน
  • อาการมือสั่น ขาสั่น หรือเคลื่อนไหวช้าลง เหมือนคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน
  • อาการอยู่ไม่สุข ต้องเดินไปเดินมา นั่งนิ่งไม่ได้ เหมือนคนกระสับกระส่ายตลอดเวลา

หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ อย่าเพิ่งหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการทางจิตกำเริบได้ ให้จดบันทึกว่ามีอาการตอนไหนและแจ้งให้หมอทราบ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนยาหรือเพิ่มยาตัวอื่นเข้ามาช่วยลดผลข้างเคียงได้

ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนไป

การใช้ยาต่อเนื่องในระยะยาวอาจส่งผลให้ร่างกายมีการตอบสนองต่อระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนไป คนไข้หลายคนพบว่ามีความอยากอาหารมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือบางรายอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันสูงขึ้นได้

หมอแนะนำว่าการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเบาๆ ตั้งแต่ช่วงเริ่มใช้ยาเป็นเรื่องสำคัญมาก การเลือกทานอาหารที่มีกากใยสูงและหลีกเลี่ยงน้ำตาลเกินความจำเป็น จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงที่อาจแฝงมากับการใช้ยาได้

อาการง่วงซึม ปากแห้ง และผลข้างเคียงอื่นๆ

นอกจากเรื่องกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญแล้ว ยาบางชนิดยังมีฤทธิ์ทำให้รู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย หรือมีอาการปากแห้งคอแห้งได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้หลังจากผ่านไปสองถึงสามสัปดาห์

วิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ

  • หากมีอาการปากแห้ง ให้จิบน้ำบ่อยๆ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาล
  • หากมีอาการง่วงซึมมากในช่วงกลางวัน ให้ลองปรึกษาหมอเรื่องการปรับเวลาทานยาให้เป็นช่วงก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรในช่วงแรกที่เพิ่งเริ่มใช้ยา เพื่อดูว่าร่างกายมีอาการมึนงงหรือตอบสนองช้าลงหรือไม่

สื่อสารกับหมออย่างตรงไปตรงมาคือทางออกที่ดีที่สุด

หัวใจสำคัญของการรักษาโรคทางจิตเวช คือการปรับตัวเข้าหากันระหว่างคนไข้และหมอ หากผลกระทบจากการใช้ยาต้านอาการทางจิตทำให้ชีวิตประจำวันลำบากจนเกินไป ไม่ต้องทนเก็บไว้คนเดียว การพูดคุยกับหมอเรื่องผลข้างเคียงไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลวในการรักษา แต่เป็นการช่วยให้หมอวางแผนปรับเปลี่ยนขนาดยาหรือเปลี่ยนชนิดของยาให้เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด เพื่อให้การรักษาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและเห็นผลดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down