ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงขับถ่ายลำบาก? เข้าใจอาการท้องผูกเรื้อรังจากการกดทับลำไส้ใหญ่

เวลาคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องท้องผูกเรื้อรัง หลายคนมักจะนึกถึงเรื่องการดื่มน้ำน้อยหรือกินผักไม่พอเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุหนึ่งที่ซ่อนอยู่และมักถูกมองข้ามไป นั่นคือภาวะที่ลำไส้ใหญ่ถูกกดทับจากอวัยวะหรือก้อนเนื้อในช่องท้องจนทำให้การเคลื่อนตัวของอุจจาระทำได้ยากขึ้น เมื่อทางผ่านของลำไส้ถูกบีบหรือเบียด ก็เปรียบเสมือนท่อน้ำที่โดนทับไว้ ทำให้สิ่งของที่ควรจะไหลผ่านไปได้สะดวกกลับต้องติดขัดสะสมอยู่ภายใน

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าไม่ใช่แค่ท้องผูกธรรมดา

อาการท้องผูกแบบที่เกิดจากการกดทับ มักมีจุดสังเกตที่แตกต่างจากการท้องผูกทั่วไป โดยคนไข้มักจะมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย:

  • รู้สึกแน่นท้องหรือมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณช่องท้องส่วนล่างหรืออุ้งเชิงกราน
  • ขับถ่ายยากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะปรับพฤติกรรมการกินหรือดื่มน้ำแล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น
  • อุจจาระมีลักษณะเรียวเล็กผิดปกติ เนื่องจากต้องผ่านช่องทางที่ถูกบีบแคบลง
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ หรือเบื่ออาหารร่วมด้วยเนื่องจากรู้สึกอึดอัดแน่นในช่องท้อง

สาเหตุที่ทำให้ลำไส้ถูกกดทับจนขับถ่ายไม่ได้

สิ่งภายนอกที่มากดทับลำไส้จนเป็นสาเหตุของอาการท้องผูกเรื้อรังจากการกดทับลำไส้ใหญ่ มักเกิดจากภาวะในช่องท้องที่ขยายตัวผิดปกติ อาทิ:

  • เนื้องอกในมดลูกหรือรังไข่: โดยเฉพาะในผู้หญิง ก้อนเนื้อที่โตขึ้นในอุ้งเชิงกรานสามารถเบียดลำไส้ใหญ่ส่วนปลายได้โดยตรง
  • ภาวะมดลูกโต: แรงกดดันจากมดลูกที่ขยายตัวผิดปกติส่งผลกระทบต่อทางเดินลำไส้ที่อยู่ใกล้เคียง
  • ก้อนซีสต์ขนาดใหญ่: การมีถุงน้ำหรือก้อนในช่องท้องที่ไม่ได้รับการรักษาทิ้งไว้นานจนมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ภาวะพังผืดในช่องท้อง: แผลเป็นจากการผ่าตัดเก่าที่อาจดึงรั้งลำไส้ให้ผิดรูปจนเกิดการตีบตัน

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

หากอาการท้องผูกเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อการปรับอาหารหรือใช้ยาระบาย หมอจำเป็นต้องมองหาความผิดปกติภายในช่องท้องด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ดังนี้:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: หมอจะเริ่มจากการคลำหน้าท้องเพื่อหาความผิดปกติหรือก้อนเนื้อที่อาจซ่อนอยู่
  • การตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์ช่องท้อง: เป็นวิธีที่แม่นยำในการดูว่ามีเนื้องอก มดลูกโต หรือซีสต์ที่มากดทับลำไส้อยู่หรือไม่
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่: เพื่อดูว่ามีรอยตีบแคบจากภายนอกกดเข้ามาหรือมีปัญหาภายในตัวลำไส้เอง
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): หากต้องการภาพที่ชัดเจนของอวัยวะรอบข้างเพื่อดูว่ามีการกดทับในตำแหน่งใดบ้าง

วิธีรักษา: แก้ที่ต้นเหตุเพื่อให้ลำไส้กลับมาทำงานได้ปกติ

การรักษาอาการนี้ไม่ได้จบที่การจ่ายยาระบาย แต่เป็นการจัดการกับสิ่งที่มากดทับลำไส้โดยตรง หากตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกหรือซีสต์ การผ่าตัดนำก้อนเนื้อเหล่านั้นออกมักเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ลำไส้กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามธรรมชาติ เมื่อตัวกดทับถูกกำจัดออกไป การบีบตัวของลำไส้ก็จะกลับมาทำงานได้ดีขึ้น อาการท้องผูกเรื้อรังก็จะค่อยๆ หายไปเองโดยไม่ต้องพึ่งยาระบายในระยะยาว

หากคุณมีอาการท้องผูกเรื้อรังที่หาทางออกไม่ได้ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง หรือพึ่งพายาระบายเพียงอย่างเดียว การมาพบหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดจะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและขับถ่ายได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down