ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราเห็นลูกกลับมาจากโรงเรียนแล้วเงียบขรึมลง หรือไม่อยากไปโรงเรียนเหมือนเคย พ่อแม่หลายคนมักคิดว่าเป็นแค่เรื่องงอแงตามวัย แต่ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้เด็กและวัยรุ่นมานาน พบว่าเบื้องหลังความเงียบเหล่านั้น บ่อยครั้งซ่อนรอยแผลจากการถูกกลั่นแกล้งหรือที่เรียกกันว่า Bullying เอาไว้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเด็กๆ ทะเลาะกัน แต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กในระยะยาวอย่างคาดไม่ถึง

ลูกเปลี่ยนไปจากเดิมไหม? สังเกตพฤติกรรมที่ฟ้องว่ากำลังเผชิญกับการถูกแกล้ง

เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกรังแกมักไม่ค่อยยอมเล่าให้พ่อแม่ฟังตรงๆ อาจด้วยความกลัว อาย หรือกลัวว่าเรื่องจะแย่ลง หน้าที่ของเราคือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น การไม่อยากไปโรงเรียนอย่างไร้เหตุผล ผลการเรียนที่ตกลงอย่างกะทันหัน หรือข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวพัง เสียหาย หายบ่อย แบบอ้างเหตุผลไม่ได้

ร่างกายประท้วงความเครียด อาการทางกายที่ฟ้องว่าใจกำลังป่วย

เวลาที่เด็กต้องเผชิญกับความเครียดและความกลัวสะสม สมองและร่างกายจะตอบสนองออกมาเป็นอาการทางกายที่ตรวจไม่พบโรคชัดเจน เด็กหลายคนมักบ่นปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้ทุกครั้งในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน หรือมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย สะดุ้งตื่นกลางดึก ซึ่งอาการเหล่านี้คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากร่างกายที่ส่งตรงมาจากความกดดันที่โรงเรียน

เก็บตัว ซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวน สัญญาณเตือนภัยที่ต้องรีบโอบกอด

อีกหนึ่งจุดสังเกตที่สำคัญคือเรื่องของอารมณ์และสังคมรอบตัว เด็กที่เคยร่าเริงกลับกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่ยอมพูดคุย หรือเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องคนเดียว บางคนอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่ายกว่าปกติ หรือมีความรู้สึกไร้ค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ซึ่งหากพบว่าลูกเริ่มพูดจาทำนองตัดพ้อหรือทำร้ายตัวเอง พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญและพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นโดยด่วน

เมื่อลูกเล่าให้ฟังแล้ว พ่อแม่ควรรับมือและพูดคุยอย่างไร

หากวันหนึ่งลูกยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่โดนแกล้ง สิ่งแรกที่พ่อแม่ต้องทำคือการตั้งสติ รับฟังด้วยความเข้าใจ และไม่ตัดสิน หลีกเลี่ยงการพูดว่าแค่นี้ทำไมต้องอ่อนแอ หรือทำไมไม่สู้กลับ เพราะจะยิ่งทำให้เด็กปิดใจ หลังจากนั้นให้ประสานงานพูดคุยกับคุณครูหรือโรงเรียนเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกรู้ว่าเขามีบ้านที่ปลอดภัยและพร้อมจะปกป้องเขาเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down