ช่วงนี้ใครเริ่มสังเกตตัวเองบ้างไหมครับว่า ทำไมอยู่ๆ กลิ่นตัวถึงแรงขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ไปลุยแดดที่ไหน หรือทำไมช่วงนี้เหงื่อออกเยอะผิดปกติจนเสื้อเปียกเป็นวงกว้าง ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปัญหากลิ่นตัวและการทำงานที่เปลี่ยนไปของต่อมเหงื่อ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม หรือคิดว่าเป็นแค่เรื่องความสะอาดสะอ้านทั่วไป แต่ในมุมมองของหมอแล้ว อาการเหล่านี้มักมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ความเครียด หรือแม้แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราที่เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัวครับ
ทำความรู้จักเจ้าต่อมเหงื่อตัวการ ที่ทำให้เรามีกลิ่นไม่พึงประสงค์
เวลาพูดถึงเหงื่อ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นน้ำใสๆ ที่ร่างกายขับออกมาเพื่อระบายความร้อนเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วร่างกายของเรามีต่อมเหงื่ออยู่ 2 แบบหลักๆ ที่ทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือต่อมเอคครีนและต่อมอะโปกรีน
ต่อมเหงื่อธรรมดาที่ทำหน้าที่ระบายความร้อน
ต่อมเอคครีนนี้กระจายอยู่ทั่วร่างกายครับ หน้าที่หลักคือผลิตเหงื่อที่เป็นน้ำใสๆ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิเวลาที่เราตัวร้อนหรือออกกำลังกาย เหงื่อจากต่อมนี้โดยตัวมันเองแล้วจะไม่มีกลิ่นครับ จะเริ่มมีกลิ่นก็ต่อเมื่อมันไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียบนผิวหนังเท่านั้น
ต่อมเหงื่อจุดอับชื้น ตัวการหลักของกลิ่นตัวแรง
ส่วนต่อมอะโปกรีนนี่แหละครับคือพระเอกตัวจริงของเรื่องกลิ่นตัว เจ้าต่อมนี้จะอยู่ตามจุดที่มีขนเยอะๆ เช่น รักแร้ และขาหนีบ เหงื่อที่ออกจากต่อมนี้จะมีความเข้มข้นสูง มีส่วนผสมของไขมันและโปรตีน เมื่อมันถูกขับออกมาเจอเข้ากับแบคทีเรียเจ้าถิ่นบนผิวหนังของเรา แบคทีเรียพวกนี้จะจัดการย่อยสลายไขมันและโปรตีนเหล่านั้นจนเกิดเป็นกรดไขมันที่มีกลิ่นฉุนที่เราคุ้นเคยกันดีว่าเป็นกลิ่นตัวนั่นเองครับ
เหตุผลแท้จริงที่ทำให้ต่อมเหงื่อทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม
ถ้าอยู่ๆ วันหนึ่งเรารู้สึกว่ากลิ่นตัวเปลี่ยนไป หรือเหงื่อออกมากกว่าปกติ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ ครับ แต่มักจะมีปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง
- ความเครียดและวิตกกังวล: เวลาที่เราเครียด สมองจะสั่งให้ต่อมอะโปกรีนทำงานหนักขึ้น เหงื่อที่ออกมาช่วงนี้จะมีโปรตีนและไขมันมากกว่าปกติ ทำให้แบคทีเรียชอบมากเป็นพิเศษ กลิ่นตัวเลยรุนแรงกว่าเดิม
- ฮอร์โมนในร่างกายที่แปรปรวน: ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยทอง หรือช่วงใกล้มีประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปสามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อให้ผลิตสารคัดหลั่งออกมามากขึ้นได้
- อาหารการกินที่เราเลือก: อาหารบางชนิด เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศรสจัด หรือแม้แต่เนื้อแดง สามารถขับสารระเหยออกมาทางเหงื่อและเปลี่ยนกลิ่นตัวของเราให้ฉุนขึ้นได้
- ยาสบางประเภทที่กำลังกินอยู่: ยาบางตัวมีผลข้างเคียงทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานเปลี่ยนไป ส่งผลให้เหงื่อออกเยอะขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ห่างไกลจากปัญหากลิ่นตัวกวนใจ
การแก้ปัญหากลิ่นตัวที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การฉีดน้ำหอมกลบเกลื่อนไปวันๆ แต่เราต้องแก้ที่ต้นเหตุ เริ่มจากการรักษาความสะอาดอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหมดจดเพื่อลดปริมาณแบคทีเรีย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแทนการกลบกลิ่น ปรับเปลี่ยนอาหารโดยลดเครื่องเทศจัดจ้าง และพยายามจัดการความเครียดในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
หากเราดูแลความสะอาดอย่างดีแล้ว ปัญหากลิ่นตัวและการทำงานที่เปลี่ยนไปของต่อมเหงื่อยังคงสร้างความกังวลใจ หรือมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติจนรบกวนชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเหงื่อออกตอนกลางคืนร่วมกับน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ แบบนี้ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางชนิด เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หรือความผิดปกติของระบบประสาทได้ครับ