ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้ถ้าใครเห็นเด็กๆ หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานที่จู่ๆ ก็มีแก้มบวมเป่งขึ้นมาข้างหนึ่ง หรือบวมพร้อมกันทั้งสองข้างจนหน้าเปลี่ยนรูปไป ย่อมชวนให้นึกถึงโรคดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นหูกันดี นั่นคือโรคคางทูมครับ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือจำภาพเดิมๆ ว่าเป็นโรคเด็กที่หายเองได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคคางทูมมีความน่าสนใจและมีรายละเอียดที่ควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อจะได้ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องปลอดภัย

โรคคางทูมเกิดจากอะไร ทำไมแกถึงทำให้แก้มบวมได้ขนาดนั้น

เวลาที่เราพูดถึงโรคคางทูม ตัวการหลักที่เป็นต้นเหตุคือเจ้าไวรัสที่มีชื่อว่า Mumps virus ซึ่งเจ้าไวรัสตัวนี้ชอบเข้าไปอยู่อาศัยและสร้างความปั่นป่วนให้กับต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะต่อมน้ำลายบริเวณกกหูที่เรียกว่า Parotid gland เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปฝังตัวและแบ่ง ตัวเพิ่มจำนวนขึ้น ร่างกายก็จะส่งเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันเข้ามาจัดการ ทำให้เกิดการอักเสบและบวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เป็นคางทูมถึงมีลักษณะแก้มตุ่ยหนapน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

สัญญาณเตือนระยะแรก: เริ่มต้นจากไข้ต่ำๆ และอาการเจ็บเวลากลืนน้ำลาย

กว่าที่แก้มจะบวมเป่งจนสังเกตเห็นได้ชัด โรคคางทูมมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาก่อนสักพัก โดยอาการเริ่มต้นมักจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป คือมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เบื่ออาหาร และรู้สึกอ่อนเพลีย หลังจากนั้นประมาณ 1 ถึง 2 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกตึงๆ หรือเจ็บแปล๊บบริเวณหน้าหูและกราม โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเคี้ยวอาหารหรือกลืนน้ำลาย ซึ่งเป็นช่วงที่ต่อมน้ำลายเริ่มบวมขยายใหญ่ขึ้นนั่นเอง

วิธีสังเกตอาการบวมที่เป็นเอกลักษณ์ของโรคนี้

ลักษณะเด่นของโรคคางทูมคืออาการบวมบริเวณมุมคางและใต้ใบหู โดยอาจจะเริ่มบวมจากข้างเดียวก่อน แล้วค่อยลามไปอีกข้างในเวลาไล่เลี่ยกัน หรือบางคนก็บวมพร้อมกันทั้งสองข้าง เวลาใช้มือกดลงไปจะรู้สึกเจ็บตึง และผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะดูตึงใส อาการบวมนี้มักจะค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นจนถึงจุดสูงสุดประมาณวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ยุบลงเองตามธรรมชาติภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์

การติดต่อและการแพร่กระจายเชื้อที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

โรคคางทูมเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ค่อนข้างง่ายผ่านทางละอองฝอยจากน้ำลายหรือเสมหะ เวลาที่ผู้ป่วยไอ จาม หรือพูดคุยใกล้ๆ กัน เชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำลายก็จะกระจายสู่อากาศและเข้าสู่ร่างกายคนอื่นผ่านทางการหายใจ หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนกินข้าว หรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ดังนั้น ช่วงที่กำลังป่วยจึงควรแยกของใช้ส่วนตัวและงดเว้นการคลุกคลีกับคนในครอบครัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

การดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคคางทูม

เนื่องจากโรคคางทูมเกิดจากเชื้อไวรัส การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เองเป็นหลัก โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้น ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้เต็มที่เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อไวรัส
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
  • เลือกทานอาหารอ่อนๆ: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรืออาหารที่ต้องเคี้ยวนานๆ เพราะจะไปกระตุ้นต่อมน้ำลายและทำให้เจ็บมากขึ้น
  • บรรเทาอาการปวดและลดไข้: สามารถทานยาพาราเซตามอลตามขนาดที่เหมาะสมเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดตึงบริเวณกราม

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่ระวัง

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเป็นคางทูมแล้วหายได้เองโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ในบางรายก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลได้ เช่น การอักเสบของอัณฑะในเพศชายที่เข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ การอักเสบของรังไข่ในเพศหญิง การอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง หรือแม้แต่ภาวะสูญเสียการได้ยินชั่วคราวหรือถาวร ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้ไม่บ่อยนักแต่ก็ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทำไมต้องการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

วิธีที่ดีที่สุดในการตัดวงจรของโรคคางทูมคือการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านการฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคางทูม คางทูม หัด และหัดเยอรมัน (MMR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐานสำหรับเด็ก หากเด็กๆ ได้รับวัคซีนตามกำหนดก็จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ทันที

หากดูแลตัวเองที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่ผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โดยเฉพาะอาการเหล่านี้

  • มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวันและไข้ไม่ยอมลด
  • ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง อาเจียนพุ่ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนทางสมอง
  • มีอาการปวดท้องรุนแรงหรือมีอาการบวมบริเวณอัณฑะในผู้ชาย
  • อาการบวมที่แก้มไม่ยอมยุบลงหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หรือมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down