ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในฐานะคุณหมอที่ดูแลคนไข้มาหลายท่าน หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักจะเจอบ่อยๆ เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “โรคหนองใน” ครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินทั้ง “หนองในแท้” และ “หนองในเทียม” แล้วก็เกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ สองชื่อนี้มันต่างกันยังไงกันแน่ หรือเป็นโรคเดียวกันแต่เรียกคนละแบบ?

วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังแบบเจาะลึก เข้าใจง่าย เหมือนคุยกันตรงๆ เพื่อให้ทุกคนได้รู้เท่าทัน และดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ

โรคหนองในแท้และหนองในเทียมคืออะไรกันแน่?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักภาพรวมของสองโรคนี้กันก่อนครับ ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียมจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections - STIs) ที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ครับ อาการหลักๆ มักจะคล้ายคลึงกันคือ มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ ปัสสาวะแสบขัด ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเดียวกัน

แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองโรคนี้มี “ต้นเหตุ” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยครับ ซึ่งความแตกต่างตรงนี้นี่แหละที่ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาไม่เหมือนกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หนองในสองชนิดนี้ "ต่างกัน"

หัวใจสำคัญที่ทำให้หนองในแท้และหนองในเทียมเป็นคนละโรคกัน คือ “เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ” นั่นเองครับ

เชื้อหนองในแท้: จอมวายร้ายที่คุ้นเคย

  • ชื่อเชื้อ: Neisseria gonorrhoeae (นีสซีเรีย โกโนเรียอี) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เชื้อโกโนเรีย”
  • ลักษณะเด่น: เป็นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้น อุ่น และมักจะอยู่ในเยื่อบุของอวัยวะเพศ ทวารหนัก และลำคอ
  • การติดต่อ: หลักๆ คือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก

เชื้อหนองในเทียม: แตกต่างแต่ร้ายไม่แพ้กัน

  • ชื่อเชื้อ: โรคหนองในเทียมไม่ได้เกิดจากเชื้อชนิดเดียว แต่มีเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดเป็นสาเหตุได้ครับ ที่พบบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis (คลาไมเดีย ทราโคมาติส) นอกจากนี้ยังมีเชื้ออื่นๆ เช่น Mycoplasma genitalium, Ureaplasma urealyticum, หรือแม้แต่เชื้อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะทั่วไป
  • ลักษณะเด่น: แต่ละเชื้อก็มีลักษณะเฉพาะตัว แต่โดยรวมแล้ว มักจะทำให้เกิดการอักเสบของท่อปัสสาวะ
  • การติดต่อ: เช่นเดียวกับหนองในแท้ คือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ

อาการ: คล้ายกันจนสับสน แต่มีจุดให้สังเกต

อาการของทั้งสองโรคมีความคล้ายคลึงกันมาก จนทำให้แยกด้วยตาเปล่าได้ยาก แต่ก็มีจุดที่พอจะสังเกตความแตกต่างได้บ้างครับ

อาการที่มักจะ "เหมือนกัน"

  • มีหนองหรือของเหลวไหลออกมาจากอวัยวะเพศ: ผู้ชายมักมีหนองไหลจากปลายท่อปัสสาวะ ส่วนผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ
  • ปัสสาวะแสบขัด: รู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ
  • ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย: อาจพบได้ทั้งในชายและหญิง โดยเฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อลุกลาม
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์: โดยเฉพาะในผู้หญิง

จุดสังเกตความแตกต่างของอาการ

อาการที่พบในหนองในแท้บ่อยกว่า

  • หนองที่ออกมามักจะมีลักษณะข้น สีเหลืองหรือเหลืองเขียว: และมักจะออกมาในปริมาณที่ค่อนข้างมาก สังเกตเห็นได้ชัด
  • อาการมักจะเกิดเร็วและรุนแรงกว่า: หลังได้รับเชื้อไม่กี่วัน (ประมาณ 2-7 วัน) อาการมักจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
  • ปัสสาวะแสบขัดรุนแรง: บางรายอาจรู้สึกทรมานมาก

อาการที่พบในหนองในเทียมบ่อยกว่า

  • หนองหรือของเหลวที่ออกมามักมีลักษณะใส หรือเป็นมูกใสๆ: อาจจะไม่ได้ข้นเหลืองเหมือนหนองในแท้ และบางครั้งอาจมีปริมาณไม่มากจนสังเกตไม่เห็น
  • อาการมักจะไม่รุนแรง หรืออาจไม่มีอาการเลย: โดยเฉพาะในผู้หญิง หลายคนติดเชื้อแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการหรืออาการน้อยมาก (ถึง 70-80%)
  • ระยะฟักตัวนานกว่า: อาการมักจะปรากฏหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 1-3 สัปดาห์ หรือบางครั้งนานกว่านั้น

คุณหมอจะวินิจฉัยแยกโรคได้อย่างไร?

เพราะอาการมีความคล้ายกันมาก การวินิจฉัยด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คุณหมอจึงต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเข้ามาช่วยยืนยันครับ

การซักประวัติและตรวจร่างกาย

  • คุณหมอจะสอบถามประวัติการมีเพศสัมพันธ์ อาการที่เกิดขึ้น รวมถึงตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศ ท่อปัสสาวะ หรือปากมดลูกในผู้หญิง

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตัวช่วยสำคัญ

  • การตรวจหาเชื้อจากตัวอย่างสารคัดหลั่ง: เป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยแยกแยะเชื้อได้แม่นยำที่สุด
  • ในผู้ชาย: มักจะเก็บตัวอย่างจากหนองที่ไหลจากปลายท่อปัสสาวะ
  • ในผู้หญิง: มักจะเก็บตัวอย่างจากปากมดลูก หรือบางครั้งอาจเก็บจากปัสสาวะ
  • การตรวจด้วยวิธี PCR: เป็นการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อโรค ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง สามารถแยกแยะเชื้อหนองในแท้และหนองในเทียมได้อย่างชัดเจน

การรักษา: เมื่อเชื้อต่าง ยาที่ใช้ก็ต่างกัน

เมื่อต้นเหตุของโรคต่างกัน ยาที่ใช้รักษาก็ต้องแตกต่างกันไปด้วยครับ การรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อกำจัดเชื้อโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

วิธีรักษาโรคหนองในแท้

  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินหรือกลุ่มเซฟาโลสปอริน: เช่น ยาฉีด Ceftriaxone หรือยากิน Azithromycin (ในบางกรณี)
  • การรักษาต้องครบถ้วน: แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ก็ต้องกินยาให้หมดตามที่แพทย์สั่ง และที่สำคัญคือต้องพาคู่นอนไปตรวจและรักษาด้วย เพื่อป้องกันการกลับมาติดซ้ำ

วิธีรักษาโรคหนองในเทียม

  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีน หรือกลุ่มมาโครไลด์: เช่น ยากิน Doxycycline หรือ Azithromycin
  • รักษาคู่นอน: เช่นเดียวกับหนองในแท้ คู่นอนทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยต้องได้รับการตรวจและรักษาพร้อมกัน

อันตรายที่อาจเกิดขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา

ไม่ว่าจะเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ครับ

  • ในผู้ชาย: อาจเกิดการอักเสบของอัณฑะ ท่ออสุจิ ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง และอาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก
  • ในผู้หญิง: อาจเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID) ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรง ทำให้ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือมีบุตรยากได้
  • แพร่กระจายเชื้อ: สามารถแพร่เชื้อไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ข้อต่อ ทำให้เกิดข้ออักเสบ หรือในทารกแรกเกิดที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อ อาจติดเชื้อที่ตา ทำให้ตาบอดได้

ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ติดเชื้อทั้งสองโรค

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอครับ

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง: เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่ใช่คู่ขาคนเดียว
  • มีคู่นอนคนเดียว: และมั่นใจว่าคู่นอนไม่มีเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลายคน: หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
  • ตรวจคัดกรอง: หากมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ

หวังว่าข้อมูลที่หมอนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างโรคหนองในแท้และหนองในเทียมได้ชัดเจนขึ้นนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเริ่มมีอาการน่าสงสัย ไม่ควรรักษาเองหรือปล่อยทิ้งไว้ ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดและรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมทันที เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองและคนที่เรารักครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ