ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในฐานะหมอเด็ก เวลาที่มีคุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกน้อยวัยแบเบาะเข้ามาหาด้วยอาการไอ ตัวร้อน หายใจเสียงดังครืดคราด สิ่งแรกที่หมอมักจะสัมผัสได้คือความกังวลใจอย่างเปี่ยมล้นในแววตาของผู้เป็นพ่อแม่ ยิ่งเมื่อตรวจพบว่าลูกน้อยกำลังเผชิญกับ โรคปอดอักเสบและปอดบวมในเด็กทารก ความกังวลนั้นก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เพราะเด็กทารกยังบอกเราไม่ได้ว่าเจ็บตรงไหน ทรมานอย่างไร มีเพียงเสียงร้องไห้และร่างกายที่ดูเหนื่อยอ่อนเท่านั้นที่เป็นสัญญาณบอกเหตุ

หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันสังเกตอาการ คอยเป็นเกราะป้องกัน และดูแลรักษาปอดคู่เล็กๆ ของเจ้าตัวน้อยได้อย่างถูกวิธีและทันท่วงที

โรคปอดอักเสบและปอดบวมในทารกคืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ปอดของคนเราทำงานคล้ายกับฟองน้ำขนาดใหญ่ที่มีถุงลมเล็กๆ นับล้านทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจน แต่เมื่อเกิด โรคปอดอักเสบและปอดบวมในเด็กทารก ขึ้น ถุงลมเล็กๆ เหล่านั้นจะเกิดการอักเสบและมีหนองหรือของเหลวเข้าไปคั่งอยู่ภายใน แทนที่ปอดจะได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ กลับต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย

เหตุผลที่เด็กทารก โดยเฉพาะวัยแรกเกิดถึงหนึ่งขวบ มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่ายและมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับหลอดลมของทารกมีขนาดเล็กและสั้นมาก เมื่อมีเสมหะหรือเกิดการบวมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถอุดกั้นทางเดินหายใจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกน้อยเหนื่อยหอบได้ง่ายกว่าวัยอื่น

สังเกตอาการอย่างไร: แบบไหนแค่หวัดธรรมดา แบบไหนเริ่มลุกลามเป็นปอดบวม

ในช่วงแรก อาการของปอดอักเสบอาจดูคล้ายกับไข้หวัดธรรมดาจนทำให้คุณพ่อคุณแม่สับสน เช่น มีน้ำมูก ไอ และมีไข้ แต่หมออยากให้ใช้วิธีสังเกตความแตกต่างอย่างใกล้ชิด หากลูกเริ่มมีอาการเหล่านี้ นั่นแปลว่าเชื้ออาจเริ่มลงลึกเข้าสู่ปอดแล้ว

  • อัตราการหายใจที่เร็วผิดปกติ: นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด คุณพ่อคุณแม่สามารถนับอัตราการหายใจของลูกในขณะที่เขากำลังหลับหรือสงบ โดยดูจากการกระเพื่อมของหน้าท้อง (ขึ้นและลงนับเป็น 1 ครั้ง) หากพบนับได้ตามเกณฑ์ต่อไปนี้ควรรีบพามาพบหมอ
    • ทารกแรกเกิดถึงอายุ 2 เดือน: หายใจตั้งแต่ 60 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
    • ทารกอายุ 2 เดือนถึง 1 ปี: หายใจตั้งแต่ 50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
    • เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป: หายใจตั้งแต่ 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป
  • ลักษณะการหายใจที่ดูเหนื่อยและใช้แรงมาก: สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋มขณะหายใจเข้า ผิวหนังบริเวณคอหรือใต้ชายโครงถูกดึงรั้งจนเป็นรอยบุ๋มลึก หรือปีกจมูกบานออกทุกครั้งที่หายใจ
  • เสียงหายใจผิดปกติ: อาจมีเสียงดังครืดคราดในอก เสียงหายใจหวีด หรือเสียงครางเบาๆ ทุกครั้งที่ผ่อนลมหายใจออก
  • พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด: ลูกจะดูซึมลงมาก ไม่ยอมดูดนม หรือร้องกวนกระสับกระส่ายตลอดเวลาเพราะอึดอัด หายใจไม่สะดวก

สัญญาณเตือนเร่งด่วนที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

หากสังเกตเห็นริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าของลูกเริ่มมีสีเขียวคล้ำ ตัวซีด เซื่องซึมจนไม่ยอมตอบสนอง หรือมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ นี่คือภาวะวิกฤตที่ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ต้องนำส่งห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่ต้องรอ

ตัวการร้ายที่ทำให้เกิดปอดอักเสบในทารก มีอะไรบ้าง

โรคปอดอักเสบในเด็กเล็กเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดมีอยู่ 2 กลุ่มหลัก

1. เชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุยอดฮิตในเด็กเล็ก โดยเฉพาะไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และไวรัสอื่นๆ เชื้อเหล่านี้ติดต่อกันได้ง่ายผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูกน้ำลาย มักระบาดหนักในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

2. เชื้อแบคทีเรีย: เช่น เชื้อนิวโมค็อกคัส (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งมักทำให้เกิดอาการรุนแรง มีไข้สูงเฉียบพลัน และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

วิธีรักษาเมื่อลูกต้องนอนโรงพยาบาล และวิธีดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อตรวจพบว่าลูกเป็นปอดอักเสบและมีอาการเหนื่อยหอบ หมอมักแนะนำให้รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด โดยแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้ลูกหายใจได้สบายขึ้นและกำจัดเชื้อต้นเหตุ

  • การให้ออกซิเจนและการบำบัดทางเดินหายใจ: หากระดับออกซิเจนในเลือดของลูกต่ำ หมอจะให้ออกซิเจนผ่านสายเล็กๆ หรือหน้ากาก ควบคู่ไปกับการพ่นยาเพื่อขยายหลอดลมและช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะ
  • การดูดเสมหะอย่างถูกวิธี: เนื่องจากทารกยังไม่สามารถไอขับเสมหะออกมาเองได้ การใช้สายยางขนาดเล็กช่วยดูดเสมหะออกจากทางเดินหายใจจะช่วยให้ลูกหายใจโล่งขึ้นอย่างมาก แม้จะดูน่าสงสารขณะทำ แต่เป็นวิธีที่จำเป็นและช่วยลดความทรมานของลูกได้ดีที่สุด
  • การให้ยาฆ่าเชื้อ: หากหมอประเมินว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีการให้ยาปฏิชีวนะทางสายน้ำเกลือ แต่หากเกิดจากเชื้อไวรัส การรักษาจะเป็นการประคับประคองอาการเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับโรคเอง
  • การดูแลเรื่องสารน้ำโภชนาการ: เด็กที่หายใจหอบมักจะดูดนมได้น้อยและสูญเสียน้ำจากการหายใจเร็ว หมออาจพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้นจนเกินไป

วิธีการป้องกันและเสริมสร้างเกราะคุ้มกันให้ปอดของลูกรักแข็งแรง

แม้ว่าโรคนี้จะดูน่ากลัว แต่ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคลงได้ด้วยวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

เริ่มต้นจากการส่งเสริมให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่ช่วยปกป้องระบบทางเดินหายใจของลูกได้อย่างดีเยี่ยม ต่อมาคือการรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวด ล้างมือก่อนสัมผัสตัวลูกทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการพาลูกไปยังสถานที่แออัดที่มีผู้คนหนาแน่น และขอความร่วมมือจากทุกคนในบ้านงดการหอมแก้มหรือสัมผัสใบหน้าของทารกโดยตรงหากเพิ่งกลับมาจากภายนอกหรือมีอาการเป็นหวัด ที่สำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกได้รับควันบุหรี่หรือฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเป็นตัวการทำลายเนื้อเยื่อปอดของทารกโดยตรง

นอกจากนี้ การสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะโรคผ่านการรับวัคซีนตามวัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ทั้งวัคซีนพื้นฐานตามรอบ และวัคซีนทางเลือก เช่น วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมค็อกคัส (IPD) และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและบรรเทาความรุนแรงหากเกิดการติดเชื้อขึ้น

หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักแต่ไม่ตื่นตระหนก การสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของลูกในทุกวัน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วยรักษาปอดดวงใจของครอบครัวให้เติบโตอย่างแข็งแรงในทุกวัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down