เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปโรงเรียน แล้วสังเกตว่าลูกตัวเล็กกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันเสมอ หรือเสื้อผ้าชุดเดิมใส่ได้ยาวนานเป็นปีโดยที่ลูกแทบไม่สูงขึ้นเลย ความกังวลใจมักจะเริ่มก่อตัวขึ้นในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ที่พ่อแม่ตัวเล็ก แต่อีกมุมหนึ่ง ความกังวลว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับภาวะการเจริญเติบโตหยุดชะงักหรือตัวเตี้ยกว่าเกณฑ์ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน ในฐานะหมอเด็ก วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยกันแบบสบายๆ เพื่อจะได้แยกแยะได้ถูกว่า แบบไหนแค่โตช้าตามธรรมชาติ และแบบไหนที่ควรพามาปรึกษาแพทย์
ลูกตัวเล็กแค่ไหน ถึงเรียกว่าเตี้ยกว่าเกณฑ์ผิดปกติ?
การจะบอกว่าเด็กคนหนึ่งเตี้ยกว่าเกณฑ์หรือไม่ เราไม่ได้ใช้สายตาคาดเดาเอาเอง แต่แพทย์จะใช้กราฟแสดงเกณฑ์การเจริญเติบโตขององค์การอนามัยโลก หรือสมุดบันทึกสุขภาพเด็ก เพื่อเทียบส่วนสูงและน้ำหนักตามอายุและเพศ หากลูกมีความสูงอยู่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์ไทที่ 3 หรือกราฟส่วนสูงตกลงอย่างต่อเนื่องจากเดิม นั่นแปลว่าเริ่มมีสัญญาณเตือนแล้วว่าการเจริญเติบโตอาจไม่ได้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
เช็กสัญญาณรอบตัว: ทำไมลูกถึงไม่ค่อยสูงขึ้นเลย?
ภาวะตัวเตี้ยหรือการเจริญเติบโตหยุดชะงักไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่และต้องการการดูแลจากแพทย์ เช่น
- ปัญหาเรื่องฮอร์โมน: โดยเฉพาะฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่ผลิตจากต่อมใต้สมองไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายโตช้าอย่างเห็นได้ชัด
- โรคเรื้อรังที่ซ่อนอยู่: เช่น โรคภูมิแพ้รุนแรง โรคหอบหืดที่ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง โรคไต หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี
- ภาวะทุพโภชนาการ: แม้เด็กจะกินเก่ง แต่ถ้าสารอาหารไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน แคลเซียม และวิตามินที่จำเป็นต่อกระดูก ก็ทำให้ความสูงไม่พัฒนา
- ความเครียดและการนอนหลับ: เด็กที่นอนดึกเป็นประจำหรือมีความเครียดสะสม ฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องความสูงจะหลั่งออกมาได้น้อยมาก เพราะร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนช่วงหลับสนิทตอนกลางคืน
คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตความผิดปกติของลูกได้อย่างไรบ้าง?
ลองสำรวจพฤติกรรมและร่างกายของลูกที่บ้านด้วยการสังเกตง่ายๆ เหล่านี้
- ความสูงแทบไม่ขยับเลยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา วัดจากรอยขีดบนผนังแล้วเหมือนเดิมตลอด
- ขนาดเสื้อผ้าหรือรองเท้าแทบไม่ต้องเปลี่ยนไซส์เลยนานเป็นปี
- รูปร่างดูสมส่วนแต่ตัวเล็กมาก หรือมีลักษณะศีรษะโต มือเท้าเล็กผิดสัดส่วน
- ลูกเหนื่อยง่าย พลังงานน้อยกว่าเด็กวัยเดียวกัน หรือมีอาการป่วยเรื้อรังร่วมด้วย
วิธีดูแลและตรวจวินิจฉัยเมื่อพาลูกมาพบแพทย์
เมื่อมาที่คลินิกเพื่อตรวจเรื่องความสูง แพทย์จะไม่ได้แค่ให้วิตามินเสริมแล้วกลับบ้าน แต่จะมีขั้นตอนการประเมินอย่างละเอียด เริ่มจากการซักประวัติการเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ประวัติความสูงของพ่อแม่ การรับประทานอาหาร และการนอนหลับ จากนั้นจะมีการเอ็กซเรย์กระดูกข้อมือเพื่อดูอายุกระดูก (Bone Age) ว่าพัฒนาการตรงกับอายุจริงหรือไม่ พร้อมทั้งเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมนและโรคเรื้อรังต่างๆ เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง
วิธีช่วยส่งเสริมความสูงให้ลูกเติบโตสมวัยจากที่บ้าน
ในระหว่างที่ติดตามอาการ หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นภาวะโตช้าตามธรรมชาติหรืออยู่ระหว่างการรักษา เราสามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายของลูกได้ด้วยการปรับกิจวัตรประจำวัน
- สนับสนุนให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: เข้านอนหัวค่ำ หลับให้สนิทในช่วงเวลาที่โกรทฮอร์โมนทำงานได้ดีที่สุดคือช่วงดึกของหัวค่ำ
- เน้นอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่: โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อปลา ไข่ นม และอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อบำรุงกระดูก
- ส่งเสริมให้ออกกำลังกายกลางแจ้ง: การวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาที่ต้องยืดตัว เช่น บาสเกตบอล หรือว่ายน้ำ จะช่วยกระตุ้นการยืดตัวของกระดูกและข้อต่อ
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มกังวลว่าลูกอาจมีภาวะการเจริญเติบโตหยุดชะงัก การมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอายุกระดูกและระดับฮอร์โมนแต่เนิ่นๆ ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะช่วงเวลาที่กระดูกยังไม่ปิดเป็นโอกาสทองที่เราจะช่วยให้ลูกกลับมามีความสูงอยู่ในเกณฑ์และมีความมั่นใจในการใช้ชีวิต