ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่หมอบอกคนไข้ในห้องตรวจว่า "หมออาจจะต้องขอเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อประเมินความรุนแรงของโรคนะ" สิ่งที่หมอมักจะเห็นตอบกลับมาแทบทุกครั้งคือสีหน้ากังวล ตาโต และคำถามแรกที่ตามมาเสมอคือ "จะเจ็บมากไหมหมอ?" หรือ "อันตรายถึงชีวิตหรือเปล่า?"

ความกลัวเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมาก เพราะคำว่า "เจาะชิ้นเนื้อ" ฟังดูกระทบกระเทือนและน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป แต่ในความเป็นจริง การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูง และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หมอมองเห็นสภาพเนื้อตับที่แท้จริง ซึ่งผลเลือดหรือการอัลตราซาวนด์ทั่วไปอาจบอกได้ไม่หมด

ทำไมแค่เจาะเลือดกับอัลตราซาวนด์ ถึงยังบอกความรุนแรงของโรคตับไม่ได้ทั้งหมด?

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อก็ตรวจเลือดดูค่าการอักเสบของตับ (ALT, AST) แล้ว ทำอัลตราซาวนด์หรือสแกนตับแล้ว ทำไมยังต้องเจาะเอาชิ้นเนื้อออกไปตรวจอีก?

หมอขออธิบายแบบนี้ การตรวจเลือดเปรียบเสมือนการดูว่าตอนนี้มี "ไฟไหม้" หรือมีการอักเสบร้อนแรงอยู่ในตับมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าบ้านหรือเนื้อตับถูกไหม้เสียหายไปเท่าไหร่แล้ว ส่วนการทำอัลตราซาวนด์ก็เหมือนการมองตับจากระยะไกล เห็นโครงสร้างใหญ่ๆ เช่น มีก้อนเนื้อไหม ตับโตไหม หรือมีไขมันพอกตับหรือไม่ แต่ไม่สามารถมองลึกลงไปในระดับเซลล์ได้

การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อประเมินความรุนแรง จึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะการนำชิ้นเนื้อตับขนาดเล็กมากๆ มาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา จะช่วยให้หมอเห็นโครงสร้างเซลล์ระดับไมโครสโคป สามารถประเมินได้ชัดเจนว่า:

  • ระดับการอักเสบและเซลล์ตับที่ถูกทำลายรุนแรงแค่ไหน
  • ปริมาณพังผืด (Fibrosis) ที่เกิดขึ้นในเนื้อตับสะสมมามากเท่าใด
  • ตับเริ่มดำเนินโรคไปสู่ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis) แล้วหรือยัง

การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับคืออะไร ช่วยให้หมอเห็นอะไรในตับบ้าง?

การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ (Liver Biopsy) คือการใช้เข็มขนาดเล็กมาก แทงผ่านผิวหนังบริเวณชายโครงขวาเข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้อตับออกมาเป็นเส้นยาวขนาดเล็กประมาณเท่าไส้ดินสอกด ยาวเพียง 1-2 เซนติเมตร

เมื่อชิ้นเนื้อนี้ถูกส่งไปให้พยาธิแพทย์ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หมอจะได้รับข้อมูลสำคัญอย่างประเมินระบบ METAVIR Score ซึ่งแบ่งระดับความรุนแรงของพังผืดในตับออกเป็นระยะ 0 ถึง 4 (F0 ถึง F4)

  • F0 - F1: ยังไม่มีพังผืด หรือมีพังผืดเพียงเล็กน้อย เนื้อตับยังสมบูรณ์ดี
  • F2: เริ่มมีพังผืดปานกลาง กระจายตัวนอกท่อน้ำดี
  • F3: มีพังผืดรุนแรง เชื่อมตัวกันเป็นโครงข่าย
  • F4: เข้าสู่ภาวะตับแข็ง

การรู้ระยะที่แม่นยำนี้ มีผลอย่างมากต่อการวางแผนรักษา เช่น การตัดสินใจเริ่มยาต้านไวรัสตับอักเสบบางชนิด หรือการประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับในอนาคต

อาการแบบไหนหรือภาวะใด ที่หมออาจพิจารณาเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ

ไม่ใช่คนไข้โรคตับทุกคนที่ต้องเจาะตรวจ หมอจะพิจารณาทำ การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อประเมินความรุนแรง เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น:

  • ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง: เมื่อผลเลือดและการตรวจอื่นๆ ให้ผลไม่ชัดเจนว่าควรเริ่มยารักษาหรือยัง
  • ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ใช่จากแอลกอฮอล์ (NAFLD/NASH): เพื่อแยกแยะว่าคนไข้มีแค่ไขมันสะสมเฉยๆ หรือมีภาวะตับอักเสบและพังผืดร่วมด้วย
  • โรคตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันตนเอง (Autoimmune Hepatitis): เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและดูการตอบสนองต่อยากดภูมิคุ้มกัน
  • ภาวะตับอักเสบไม่ทราบสาเหตุ: เมื่อตรวจเลือดหาสาเหตุทั่วไปแล้วยังไม่พบคำตอบ
  • มีก้อนเนื้อในตับที่วินิจฉัยยาก: เพื่อดูว่าเป็นก้อนเนื้อธรรมดาหรือก้อนเนื้อร้าย

เตรียมตัวอย่างไรและเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันที่ต้องเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ

หมอมักจะบอกคนไข้เสมอว่า การเจาะตับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะเรามีการระงับความรู้สึกและความปลอดภัยตามขั้นตอนมาตรฐาน ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนถึงวันเจาะ

หมอจะงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมบางชนิด ล่วงหน้าประมาณ 5-7 วัน และทำการตรวจเลือดเช็กการแข็งตัวของเลือดและเกล็ดเลือดก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด คนไข้จะต้องงดน้ำและอาหารก่อนทำหัตถการประมาณ 6 ชั่วโมง

ขั้นตอนระหว่างการเจาะชิ้นเนื้อ

ในห้องหัตถการ คนไข้จะนอนหงายและตะแคงตัวเล็กน้อย หมอจะใช้อัลตราซาวนด์ช่วยกำหนดตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงหลอดเลือดใหญ่และถุงน้ำดี

จากนั้นจะทำความสะอาดผิวหนังและฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณชายโครงขวา ซึ่งช่วงที่ฉีดยาชาคนไข้จะรู้สึกเจ็บแป๊บๆ เหมือนการฉีดยาทั่วไป แต่หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว จะรู้สึกเพียงแรงกดดันเบาๆ หมอจะให้คนไข้สูดหายใจเข้า กลั้นหายใจไว้ไม่กี่วินาที แล้วจึงใช้เข็มพิเศษเจาะเข้าไปเก็บชิ้นเนื้ออย่างรวดเร็ว ขั้นตอนการเจาะจริงใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองหลังเจาะตับ พร้อมสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องระวัง

หลังเจาะเสร็จ หมอจะให้คนไม้นอนตะแคงทับด้านขวาเพื่อใช้แรงกดช่วยระงับเลือดที่ตับประมาณ 2-4 ชั่วโมง และต้องนอนพักสังเกตอาการในโรงพยาบาลรวมประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยมีการวัดสัญญาณชีพเป็นระยะ

อาการปกติที่พบได้หลังทำหัตถการ

คนไข้อาจรู้สึกปวดตึงๆ บริเวณชายโครงขวา หรือมีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่ไหล่ขวาได้เล็กน้อย ซึ่งเกิดจากประสาทรับความรู้สึกที่กระบังลมถูกรบกวน อาการนี้ถือเป็นเรื่องปกติและสามารถทานยาพาราเซตามอลบรรเทาได้

ข้อควรปฏิบัติเมื่อกลับบ้าน

  • พักผ่อนมากๆ และงดยกของหนัก ห้ามออกกำลังกายหักโหมเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • งดการเดินทางไกลหรือการกระทบกระแทกบริเวณท้อง
  • ดูแลแผลเจาะให้แห้งและสะอาดตามคำแนะนำ

อาการผิดปกติที่ต้องกลับมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนจะพบได้น้อยมาก (น้อยกว่า 1%) แต่หากมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที:

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
  • หน้ามืด เวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ใจสั่น (สัญญาณของการเลือดออกในช่องท้อง)
  • มีไข้สูง หรือบริเวณแผลเจาะ บวม แดง ร้อน มีหนองไหล
  • หายใจเหนื่อยหอบ หรือแน่นหน้าอก

โดยสรุปแล้ว การเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อประเมินความรุนแรง เป็นกระบวนการตรวจทางตรงที่ให้ข้อมูลละเอียดและแม่นยำที่สุด ช่วยให้หมอสามารถประเมินสถานการณ์ของโรคตับได้อย่างถูกต้องตรงจุด ไม่ทำให้คนไข้เสียโอกาสในการรักษา หรือต้องทานยาโดยไม่จำเป็น หากหมอที่ดูแลแนะนำให้ทำหัตถการนี้ ขอให้มั่นใจว่าเป็นการพิจารณาบนพื้นฐานความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของตัวคนไข้เอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down