ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาใกล้ถึงรอบเดือนของหลายคนทีไร ความกังวลมักจะมาเยือนล่วงหน้าเสมอ เพราะนอกจากจะต้องรับมือกับอารมณ์ที่แปรปรวนแล้ว อาการปวดท้องน้อยยังตามมาเป็นแพ็กเกจ บางคนอาจจะแค่หน่วงๆ พอกินยาแก้ปวดแล้วนอนพักก็ดีขึ้น แต่สำหรับบางคน อาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้ต้องลาหยุดงาน นอนขดตัวอยู่บนเตียง และใช้ชีวิตประจำวันแทบไม่ได้เลย

ในฐานะหมอ มักจะมีคนไข้มาปรึกษาด้วยคำถามทำทำนองว่า ปวดท้องเมนส์ขนาดนี้มันเรื่องปกติหรือเปล่า วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบเคลียร์ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรอยู่หรือเปล่า

เข้าใจธรรมชาติของการปวดท้องเมนส์ ทำไมมันถึงปวด?

อาการปวดประจำเดือนโดยทั่วไป เกิดจากการที่มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา ช่วงที่มดลูกบีบตัวนี้ ร่างกายจะหลั่งสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ออกมาค่อนข้างมาก ซึ่งสารตัวนี้แหละที่เป็นตัวการทำให้มดลูกหดเกร็งและเกิดอาการปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย บางคนอาจจะมีอาการปวดร้าวลงต้นขา ท้องเสีย หรือคลื่นไส้ร่วมด้วยในช่วงวันแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป

สัญญาณเตือนภัยเมื่ออาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา

ถ้าอาการปวดนั้นรุนแรงจนยาแก้ปวดทั่วไปเอาไม่อยู่ ต้องกินยาเพิ่มโดสทุกเดือน หรืออาการปวดเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แบบนี้ถือว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว อาการปวดประจำเดือนแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ที่เราต้องแยกให้ออก คือ

  • ปวดแบบปฐมภูมิ: เป็นอาการปวดปกติจากสารเคมีในร่างกาย มักเริ่มปวดตั้งแต่วัยรุ่น ปวดช่วงวันแรกๆ แล้วค่อยๆ ดีขึ้น
  • ปวดแบบทุติยภูมิ: อันนี้คือกลุ่มที่เราต้องระวัง เพราะมีโรคแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง อาการปวดมักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะไม่ได้ปวดแค่ช่วงมีประจำเดือนเท่านั้น แต่อาจปวดเวลามีกิจกรรมทางเพศ หรือปวดเรื้อรังทั้งเดือน

โรคอะไรบ้างที่ชอบแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังอาการปวดท้องหนักๆ

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง โรคอันดับแรกที่หมอนึกถึงและมักจะเจอได้บ่อยจากการอัลตราซาวด์ ได้แก่

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): โรคยอดฮิตของสาวๆ เกิดจากเนื้อเยื่อที่ควรจะอยู่ในโพรงมดลูก ไปเติบโตอยู่นอกมดลูก เช่น ไปเกาะที่รังไข่ ผิวมดลูก หรือลำไส้ เวลาถึงรอบเดือน เนื้อเยื่อเหล่านี้ก็จะมีเลือดออกด้วยแต่ไม่มีทางระบายออก จึงเกิดการอักเสบและผังพืด ทำให้ปวดท้องรุนแรงมาก
  • เนื้องอกมดลูก (Uterine Fibroids): ก้อนเนื้อกล้ามเนื้อมดลูกที่พบได้บ่อย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อดี แต่ถ้าตำแหน่งของก้อนเนื้อมดลูกไปขัดขวางการบีบตัว หรือดันผนังมดลูก ก็จะทำให้ประจำเดือนมามากและปวดท้องมากกว่าปกติ
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกฝังในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis): ทำให้มดลูกมีขนาดโตขึ้น เวลาบีบตัวไล่ประจำเดือนจึงทำให้เจ็บปวดทรมานและมีเลือดออกเป็นลิ่มเลือดก้อนใหญ่

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดหน่วง

สำหรับคนที่ปวดไม่มากและตรวจแล้วไม่พบโรคอันตราย การบรรเทาอาการเบื้องต้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • การประคบอุ่น: ใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบริเวณท้องน้อย ความร้อนจะช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวและลดการเกร็งได้ดี
  • การใช้ยาบรรเทาปวด: กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน จะช่วยลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดินได้ตรงจุดกว่าพาราเซตามอล แนะนำให้กินตั้งแต่เริ่มมีอาการปวดหรือก่อนประจำเดือนมา 1-2 วัน จะควบคุมอาการได้ดีกว่ารอให้ปวดรุนแรงแล้วค่อยกิน
  • การปรับพฤติกรรม: งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หันมาเน้นอาหารที่มีแมกนีเซียมและโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

อาการแบบไหนที่ควรไปหาหมอสูตินรีแพทย์ทันที

ไม่อยากให้ทุกคนทนปวดจนกลายเป็นเรื้อรัง ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือเปล่า ถ้ามีควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและทำอัลตราซาวด์:

  • ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือนจนกินชีวิตประจำวันพัง
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ เช่น ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่เท่าเหรียญสิบออกมาด้วย
  • มีอาการปวดเวลามีกิจกรรมทางเพศ
  • พยายามมีบุตรมานานแล้วแต่ยังไม่ตั้งครรภ์
  • มีเลือดออกกะปริดกะปรอยนอกเหนือจากช่วงที่มีประจำเดือน

อาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนก้มหน้าก้มตารับสภาพไปตลอดชีวิต การมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง จะช่วยให้เราได้รับการรักษาที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาฮอร์โมนคุมกำเนิดเพื่อปรับรอบเดือน การรักษาตามอาการ หรือการผ่าตัดในกรณีที่จำเป็น การรู้ตัวเร็วและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีและทำให้วันนั้นของเดือนกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down