ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักถามหมอ หลังฉีดวัคซีนแล้วภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานกี่ปี

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการฉีดวัคซีนหนึ่งครั้งจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันไปตลอดกาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเรามีกลไกการจดจำเชื้อโรคที่แตกต่างกันไปตามชนิดของวัคซีนครับ การที่เราเห็นคนไข้ต้องกลับมาฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ แต่เป็นเพราะระดับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในเลือดของเราค่อยๆ ลดระดับลงตามกาลเวลา

ทำไมระดับภูมิคุ้มกันถึงค่อยๆ จางหายไปตามเวลา

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกับการเรียนวิชาที่โรงเรียนครับ เมื่อเราอ่านหนังสือหรือฝึกฝนจนจำได้แม่น ร่างกายก็เหมือนนักเรียนที่ตั้งใจเรียน แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าโดยไม่ได้ทบทวน ความจำนั้นก็จะเริ่มเลือนลาง วัคซีนทำหน้าที่เป็นติวเตอร์คอยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจำหน้าตาของเชื้อโรคได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ปริมาณเม็ดเลือดขาวและระดับแอนติบอดีที่พร้อมรบจะลดลง เพื่อให้ร่างกายประหยัดพลังงาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้น (Booster Dose) เพื่อเตือนให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง

ระยะเวลาความคงอยู่ของระดับภูมิคุ้มกันของแต่ละโรคไม่เท่ากัน

ปัจจัยที่กำหนดว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่กับเรานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่ชนิดของวัคซีนไปจนถึงสุขภาพส่วนบุคคลของคนไข้แต่ละท่าน

  • วัคซีนที่ให้ภูมิคุ้มกันยาวนาน: วัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) หรือตับอักเสบ บี มักสร้างภูมิคุ้มกันได้ยาวนานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิต
  • วัคซีนที่ต้องฉีดกระตุ้นเรื่อยๆ: วัคซีนบาดทะยักหรือคอตีบ จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี เพราะภูมิคุ้มกันจะเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ
  • วัคซีนที่ปรับเปลี่ยนตามสายพันธุ์: เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องฉีดทุกปี เนื่องจากเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายต้องการการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงเร็วกว่าปกติ

นอกเหนือจากเรื่องเวลาแล้ว สุขภาพพื้นฐานของคนไข้ก็มีผลอย่างมากครับ คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือแม้แต่ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนลดลงไวกว่าคนทั่วไป ส่งผลให้ความสามารถในการป้องกันโรคต่ำลงจนอาจติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

เช็กอย่างไรว่าเรายังมีภูมิคุ้มกันเหลืออยู่ไหม

หากคนไข้กังวลว่าวัคซีนที่เคยฉีดมาตั้งแต่สมัยเด็กยังคงให้ผลป้องกันได้อยู่หรือไม่ ปัจจุบันเราสามารถเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับแอนติบอดี (Antibody Titer) ได้ในบางโรคครับ วิธีนี้จะทำให้ทราบชัดเจนว่าระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายเรายังมีมากพอที่จะป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ หากผลตรวจออกมาว่าระดับต่ำเกินไป หมอจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อให้ร่างกายกลับมาพร้อมรับมือกับเชื้อโรคอีกครั้งครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down