ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักถามหมอหลังจากได้รับวัคซีน

หลายคนมักสงสัยหลังจากเดินออกจากห้องฉีดวัคซีนว่า แล้ววัคซีนที่เพิ่งฉีดไปเนี่ย จะคุ้มครองร่างกายเราไปได้นานแค่ไหน หลายคนเข้าใจผิดว่าฉีดเข็มเดียวแล้วจะอยู่ไปตลอดกาล แต่ความจริงแล้ว ระยะเวลาความคงอยู่ของระดับภูมิคุ้มกันนั้นมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัววัคซีนเพียงอย่างเดียว

ภูมิคุ้มกันไม่ได้อยู่ถาวรเหมือนกันหมด

ร่างกายเราเปรียบเสมือนป้อมปราการครับ เมื่อเราได้รับวัคซีน ร่างกายจะจดจำหน้าตาของเชื้อโรคและสร้างกองทัพเม็ดเลือดขาวขึ้นมาคอยเฝ้าระวัง แต่ระดับภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา ซึ่งความเร็วในการลดลงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนเป็นหลัก

วัคซีนที่ให้ภูมิคุ้มกันยาวนาน

วัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี หรือวัคซีนป้องกันไข้เหลือง สามารถสร้างระดับภูมิคุ้มกันที่คงอยู่ได้นานหลายสิบปี หรืออาจตลอดชีวิต เพราะกระตุ้นร่างกายให้สร้างเซลล์ความจำ (Memory Cells) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

วัคซีนที่ภูมิคุ้มกันลดลงตามรอบปี

วัคซีนบางประเภท เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภูมิคุ้มกันจะลดลงค่อนข้างเร็วในเวลาประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ประกอบกับตัวเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เองก็มีการกลายพันธุ์เปลี่ยนสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องกลับมาฉีดกระตุ้นกันเป็นประจำทุกปี

อะไรบ้างที่ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันลดลงเร็วหรือช้า

นอกจากตัววัคซีนแล้ว สุขภาพพื้นฐานของคนไข้มีส่วนสำคัญมากครับ หากเปรียบเทียบคนสองคนได้รับวัคซีนชนิดเดียวกัน ระดับภูมิคุ้มกันอาจจะอยู่ได้ไม่เท่ากันด้วยเหตุผลดังนี้

  • อายุที่มากขึ้น: ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมักเสื่อมถอยลงตามวัย ทำให้การตอบสนองต่อวัคซีนลดลง
  • โรคประจำตัว: กลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หรือผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิได้ไม่ดีเท่าคนปกติ
  • การใช้ยาบางกลุ่ม: ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน จะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดน้อยลง
  • ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต: การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม และการได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน

ทำไมต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ แต่มันคือการไปสะกิดความจำให้ร่างกายได้ระลึกว่าต้องสร้างกองทัพเม็ดเลือดขาวขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ระดับภูมิคุ้มกันกลับขึ้นมาอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการป้องกันโรค เหมือนเป็นการย้ำเตือนระบบความปลอดภัยให้พร้อมทำงานอยู่เสมอ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าภูมิคุ้มกันยังมีอยู่ไหม

ในทางการแพทย์ เราสามารถเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกัน (Antibody Titer) ได้ในวัคซีนบางชนิด เช่น โรคหัด หรือไวรัสตับอักเสบบี เพื่อดูว่าระดับภูมิคุ้มกันยังคงสูงพอที่จะป้องกันโรคได้หรือไม่ หากระดับลดต่ำลงจนน่ากังวล หมอถึงจะแนะนำให้ทำการฉีดกระตุ้นเพิ่มเติมครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down