ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ลูกน้อยวัยทารกมีน้ำมูกอุดตันหรือมีเสมหะครืดคราดอยู่ในลำคอ เสียงหายใจติดขัดของลูกมักทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่เต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งทารกตัวน้อยยังไม่สามารถไอขับเสมหะออกมาได้เองเหมือนเด็กโตหรือผู้ใหญ่ การได้ยินเสียงลูกหายใจลำบากจึงเป็นเรื่องที่ทรมานใจคนในบ้านอย่างยิ่ง หลายครอบครัวเลือกที่จะเรียนรู้วิธีการช่วยระบายเสมหะให้ลูกที่บ้านเพื่อช่วยให้ลูกหายใจได้โล่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางเดินหายใจของทารกนั้นบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ข้อควรพิจารณาสำหรับการดูแลและดูดเสมหะทารกที่บ้านโดยผู้ปกครอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจลงมือทำ เพื่อป้องกันอันตรายและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักโดยไม่ได้ตั้งใจ

อุปกรณ์คู่ใจเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มช่วยลูกน้อยระบายเสมหะ

การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและผ่านการทำความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะเป็นด่านแรกที่มีความสำคัญที่สุด สำหรับการดูแลที่บ้าน อุปกรณ์หลักที่นิยมใช้และปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้ปกครองมีดังนี้

  • ลูกยางแดงเบอร์ 0 หรือ 1: อุปกรณ์คลาสสิกที่หาซื้อง่าย ปลายของลูกยางแดงมีความนิ่มและยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการดูดน้ำมูกหรือเสมหะในช่องจมูกและช่องปากส่วนหน้า
  • อุปกรณ์ดูดน้ำมูกแบบสายยาง (Nasal Aspirator): เป็นอุปกรณ์ที่ผู้ปกครองใช้ปากช่วยดูดควบคุมแรงลมผ่านสายยาง มีข้อดีคือสามารถควบคุมแรงดูดได้ดีกว่าและมีฟิลเตอร์กั้นเพื่อสุขอนามัย
  • น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline 0.9%): ชนิดขวดเล็กหรือหลอดหยด ใช้สำหรับหยอดจมูกเพื่อช่วยละลายน้ำมูกและเสมหะที่เหนียวข้นให้อ่อนตัวลง ทำให้ดูดออกได้ง่ายขึ้น
  • ผ้าอ้อมหรือผ้าห่อตัว: ช่วยประคองและจำกัดการเคลื่อนไหวของลูกไม่ให้ดิ้นไปมาระหว่างทำ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์กระแทกเนื้อเยื่อจมูกจนบาดเจ็บ

ขั้นตอนการดูดเสมหะทีละสเต็ปอย่างเบามือและปลอดภัย

ความใจเย็นและความเบามือคือกุญแจสำคัญในการช่วยลูกระบายเสมหะ หากทำอย่างถูกวิธี ลูกจะรู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดแผลในโพรงจมูก

เตรียมตัวและจัดท่าทางของลูกรัก

เริ่มต้นด้วยการล้างมือของผู้ปกครองให้สะอาดหมดจด จากนั้นห่อตัวลูกน้อยด้วยผ้าอ้อมเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกยกมือขึ้นมาปัดป้อง จัดท่าให้ลูกนอนหงาย โดยยกศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันการสำลัก

ใช้น้ำเกลือช่วยนำทาง

หากน้ำมูกหรือเสมหะของลูกเหนียวข้นมาก ให้หยดน้ำเกลือปราศจากเชื้อลงในรูจมูกข้างละ 1-2 หยด รอประมาณ 1-2 นาทีเพื่อให้น้ำเกลือไปช่วยเจือจางความเหนียวข้นลง วิธีนี้จะช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้ดูดเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

ลงมือดูดเสมหะอย่างนุ่มนวล

หากใช้ลูกยางแดง ให้บีบเอาลมออกจากลูกยางแดงให้แฟบก่อน จากนั้นค่อยๆ สอดปลายลูกยางแดงเข้าไปในรูจมูกของลูกลึกประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร โดยให้เอียงปลายชี้ไปทางผนังข้างจมูกเล็กน้อย (หลีกเลี่ยงการชี้ตรงไปที่แกนกลางจมูกเพราะอาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้) เมื่อเข้าที่แล้วให้ค่อยๆ คลายมือที่บีบลูกยางแดงออกช้าๆ เพื่อปล่อยให้แรงดูดดึงเอาเสมหะหรือน้ำมูกออกมา เสร็จแล้วดึงลูกยางแดงออกมาบีบเสมหะทิ้งลงบนกระดาษทิชชู่ ทำซ้ำข้างเดิมหรือสลับไปอีกข้างตามความจำเป็น

เรื่องที่ต้องระวังเพราะอาจทำให้ลูกเจ็บตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ

แม้ว่าเป้าหมายของเราคือการช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้น แต่การทำที่รุนแรงหรือบ่อยเกินไปอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

  • ระวังเนื้อเยื่อจมูกอักเสบและบวม: เยื่อบุโพรงจมูกของทารกบางและมีเส้นเลือดฝอยอยู่เป็นจำนวนมาก การสอดอุปกรณ์ลึกเกินไปหรือการดูดซ้ำๆ ถี่ๆ ตลอดทั้งวันจะทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ บวมแดง และอาจทำให้ช่องทางเดินหายใจของลูกตีบแคบลงกว่าเดิมเสียอีก
  • ห้ามใช้แรงดูดที่มากเกินไป: การใช้เครื่องดูดเสมหะไฟฟ้าแรงสูงที่ไม่ได้รับการปรับระดับแรงดันอย่างเหมาะสมสำหรับทารก อาจทำให้เกิดแรงดูดที่รุนแรงจนเนื้อเยื่อในช่องปากและจมูกได้รับบาดเจ็บและมีเลือดออกได้
  • หลีกเลี่ยงการทำหลังลูกเพิ่งอิ่มนม: การดูดเสมหะหรือกระตุ้นในลำคอขณะที่ลูกเพิ่งกินนมอิ่มใหม่อาจไปกระตุ้นสะอึกหรือรีเฟล็กซ์การอาเจียน ส่งผลให้ลูกสำลักนมและเสมหะย้อนกลับเข้าสู่หลอดลมและปอด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าหมดเวลาทำเองที่บ้านและต้องไปหาหมอด่วน

การระบายเสมหะที่บ้านเป็นเพียงการบรรเทาอาการในเบื้องต้น หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย แสดงว่าระบบทางเดินหายใจของลูกเริ่มทำงานหนักเกินไป และต้องการการดูแลทางการแพทย์เฉพาะทางทันที

  • ลูกมีอาการหายใจเร็ว หายใจหอบ หรือหายใจแล้วหน้าอกบุ๋ม ใต้ชายโครงบุ๋มอย่างชัดเจน
  • ปีกจมูกบานออกทุกครั้งที่หายใจเข้า เพื่อพยายามนำอากาศเข้าปอด
  • ริมฝีปาก รอบปาก หรือปลายมือปลายเท้าเริ่มมีสีเขียวคล้ำหรือซีดลง
  • ลูกมีอาการซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือร้องกวนงอแงอย่างรุนแรงเนื่องจากเหนื่อยจากการหายใจ
  • มีไข้สูงร่วมด้วย และอาการหายใจครืดคราดไม่ดีขึ้นเลยหลังการดูดเสมหะอย่างถูกวิธี

การดูแลทางเดินหายใจของลูกน้อยในวัยทารกเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์ ศิลปะ และความละเอียดอ่อนอย่างที่สุด การทำความเข้าใจขีดจำกัดของตนเองในการดูแลรักษาที่บ้าน และการหมั่นสังเกตอาการแสดงทางร่างกายของลูกอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เพื่อประคับประคองให้ลูกรักผ่านพ้นช่วงเวลาที่เจ็บป่วยไปได้อย่างปลอดภัยและอบอุ่นที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ