ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกกำลังเผชิญกับภาวะตื่นตระหนกและอาการแพนิคในโรงเรียนอยู่หรือเปล่า

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้วัยเรียน มักพบว่าเด็กบางคนมีอาการปวดท้อง ปวดหัว หรือใจสั่นรุนแรงโดยหาสาเหตุทางกายไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาต้องไปโรงเรียน หลายคนมักถูกมองว่าแกล้งป่วยหรือไม่อยากไปเรียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขากำลังเผชิญกับ ภาวะตื่นตระหนกและอาการแพนิคในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการความเข้าใจมากกว่าการตำหนิ

แพนิคในโรงเรียนเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการแพนิคเปรียบเสมือนระบบเตือนภัยในร่างกายที่ทำงานผิดพลาด เหมือนสัญญาณกันขโมยที่ดังขึ้นทั้งที่ไม่มีขโมยบุกรุก เมื่อเด็กอยู่ในสถานการณ์ที่เขารู้สึกกดดัน เช่น การสอบ การนำเสนอหน้าชั้นเรียน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับเพื่อน สัญญาณเตือนภัยนี้จะทำงานทันที ทำให้เด็กเกิดอาการใจเต้นรัว หายใจไม่อิ่ม มือสั่น หรือรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เขาสามารถสัมผัสได้จริงและน่ากลัวมากสำหรับเด็ก

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่และครูควรสังเกต

การแยกให้ออกระหว่างความตื่นเต้นปกติกับอาการแพนิคเป็นเรื่องสำคัญ โดยปกติถ้าเป็นความประหม่า เด็กจะดีขึ้นเมื่อสถานการณ์ผ่านไป แต่ถ้าเป็นอาการแพนิคจะมีลักษณะดังนี้

  • มีอาการรุนแรงฉับพลัน มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด หรืออยู่ในสถานการณ์เดิมซ้ำๆ
  • ความรู้สึกกลัวตาย หรือกลัวการควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างรุนแรง
  • อาการทางกายที่ชัดเจน เช่น เหงื่อออกมาก มือเท้าเย็น ใจสั่น หรือรู้สึกคลื่นไส้เหมือนจะอาเจียน
  • พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการบ่อยๆ เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียนในวันที่มีสอบ

รับมืออย่างไรเมื่อลูกมีอาการแพนิคที่โรงเรียน

เมื่ออาการกำเริบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและทำให้เขารู้สึกปลอดภัย

วิธีช่วยให้ลูกกลับมาสงบได้ไวที่สุด

  • ให้ลูกนั่งลงในที่ที่ปลอดภัยและเงียบสงบ
  • สอนให้ลูกฝึกหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ โดยกลั้นหายใจสั้นๆ แล้วผ่อนออกยาวๆ วิธีนี้จะช่วยปรับระบบประสาทให้สงบลง
  • การพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ มั่นคง เพื่อบอกว่าเขาปลอดภัยและอาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว
  • หลีกเลี่ยงการเร่งเร้าหรือถามคำถามที่กดดันในขณะที่เขายังมีอาการอยู่

เมื่อไหร่ที่ควรพามาปรึกษาหมอ

หากลูกเริ่มมีอาการบ่อยจนส่งผลกระทบต่อการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือเริ่มมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย การพามาปรึกษาจิตแพทย์เด็กเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยหมอจะเน้นการทำความเข้าใจที่มาของความวิตกกังวล และใช้การปรับพฤติกรรมหรือการพูดคุยบำบัด เพื่อให้เขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง อย่าลืมว่าภาวะนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลอย่างถูกวิธี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down