ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกพูดไม่อยากอยู่แล้ว: คำพูดเล่นๆ หรือสัญญาณเตือนภัยที่ซ่อนอยู่?

เวลาได้ยินเด็กๆ เปรยออกมาทำทำนองว่า อยากหายไป ไม่อยากตื่นมา หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป หลายคนมักเผลอคิดไปเองว่าเป็นเพียงคำพูดประชดประชันตามวัย หรือเด็กแค่เรียกร้องความสนใจ แต่ในฐานะหมอที่เคยดูแลเคสเด็กและวัยรุ่นมาพอสมควร อยากบอกเลยว่า คำพูดเหล่านี้คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังที่สุด และเราในฐานะผู้ใหญ่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

เรื่องความคิดฆ่าตัวตายในเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในยุคที่เด็กๆ ต้องเผชิญกับความกดดันรอบด้าน ทั้งเรื่องเรียน การบูลลี่ในโรงเรียน ปัญหาครอบครัว และโลกโซเชียลมีเดียที่หมุนเร็วเกินกว่าสมองเด็กเล็กๆ จะรับไหว จิตใจที่ยังเติบโตไม่เต็มที่จึงเปราะบางกว่าที่เราคิดมาก

สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกกำลังคิดสั้นและต้องการความช่วยเหลือด่วน?

เด็กมักไม่เดินมาบอกตรงๆ ว่ากำลังเครียดจนอยากฆ่าตัวตายหรอกครับ แต่เขาจะส่งสัญญาณทางพฤติกรรม อารมณ์ และร่างกายออกมาให้เราสังเกตเห็น ถ้าคุณเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในตัวลูก ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่าลูกอาจกำลังเผชิญภาวะวิกฤตทางใจ

  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างฉับพลัน: ลูกดูซึมเศร้า ร้องไห้ง่าย หงุดหงิดฉุนเฉียวใส่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือกลายเป็นคนนิ่งเงียบผิดปกติไม่พูดคุยกับใคร
  • พฤติกรรมแยกตัว: เลิกทำกิจกรรมที่เคยชอบ ขังตัวเองอยู่ในห้องเงียบๆ ไม่อยากเจอเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง
  • การพูดถึงความตายทางอ้อม: เริ่มพูดทำn1นองว่า ถ้าฉันไม่อยู่แล้วจะดีใจกันไหม หรือยกสมบัติของรักให้คนอื่นเหมือนเป็นการสั่งเสีย
  • พฤติกรรมเสี่ยงอันตราย: ทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดแขน ดึงผม ข่วนผิวหนัง หรือขับรถซิ่งโดยไม่กลัวตาย
  • ปัญหาการกินและการนอน: นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ฝันร้ายบ่อย หรือกินอาหารน้อยลงจนน้ำหนักลดฮวบ

เมื่อลูกเปิดใจเล่าเรื่องดาร์กๆ ให้ฟัง พ่อแม่ควรรับมืออย่างไรดี?

เวลาที่ลูกกล้าพอจะบอกความรู้สึกแย่ๆ ให้เราฟัง สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และไม่สั่งสอน

ห้ามพูดประโยคทำนองว่า แค่นี้ก็ทนไม่ได้ คิดมากไปเอง หรือเด็กสมัยนี้อ่อนแอนะครับ เพราะประโยคเหล่านี้เปรียบเสมือนการผลักลูกตกเหวที่ลึกกว่าเดิม ให้ตั้งใจฟัง กอดเขาแน่นๆ บอกให้เขารู้ว่าเขายังมีเราอยู่ข้างๆ เสมอ และความรู้สึกเจ็บปวดที่เขากำลังเจออยู่นั้นมันมีตัวตนจริงและสำคัญมาก

การพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น: ทางออกที่จะช่วยชีวิตลูก

หลายครอบครัวยังมีความกลัวและอคติกับการพาเด็กไปหาจิตแพทย์ เพราะกลัวว่าลูกจะมีตราบาปติดตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว จิตแพทย์เด็กคือผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยถอดรหัสความเจ็บปวดในใจของเด็กได้อย่างตรงจุดที่สุด

การบำบัดทางจิตวิทยา การพูดคุยปรับความคิด และในบางกรณีที่จำเป็นจริงๆ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในสมองร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวลทุเลาลง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อให้สมองของเด็กกลับมาทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัยจากความคิดทำร้ายตัวเอง

ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้: สร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้านเพื่อลูกรัก

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องกลัวโดนดุ การรับฟังปัญหาของลูกอย่างตั้งใจ การไม่เปรียบเทียบลูกกับใคร และการให้เวลากับครอบครัวอย่างมีคุณภาพ จะช่วยเติมเต็มจิตใจของเด็กให้เข้มแข็งพร้อมรับมือกับโลกภายนอกที่โหดร้ายได้ดีขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down