เวลาที่ลูกน้อยป่วยแล้วมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็วปีกจมูกบาน หรือชายโครงบุ๋ม คนเป็นพ่อแม่ย่อมใจคอไม่ดี สิ่งที่น่ากังวลตามมาทันทีคือ ลูกจะกินนมได้ไหม จะสำลักหรือเปล่า เพราะการดูดนมต้องใช้ทั้งแรงและจังหวะการหายใจที่สัมพันธ์กันอย่างมาก ซึ่งเด็กที่เหนื่อยอยู่แล้วจะทำได้ยากลำบาก
ในฐานะหมอที่เจอคุณแม่พามาปรึกษาเรื่องนี้บ่อยๆ ขออธิบายให้ฟังเข้าใจง่ายๆ ว่า ในภาวะที่ลูกหายใจเร็ว ร่างกายเขาต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ แต่กลับกินนมได้น้อยลงเพราะเหนื่อย เสี่ยงต่อการขาดน้ำและสารอาหาร ดังนั้นการปรับวิธีป้อนนมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยประคับประคองลูกในช่วงนี้ครับ
เข้าใจข้อจำกัดของลูก เมื่อการหายใจแข่งกับการกลืน
ตามปกติแล้ว เวลาที่ทารกดูดนม ร่างกายจะมีกลไกกลืนและหายใจสลับกันอย่างลงตัว แต่พอเด็กมีอาการหายใจลำบาก อัตราการหายใจจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถประสานจังหวะการดูด กลืน และหายใจเข้าด้วยกันได้
ถ้าเราฝืนป้อนนมในปริมาณเท่าเดิมหรือด้วยความเร็วเท่าเดิม น้ำนมอาจจะไหลลงหลอดลมทำให้เกิดการสำลัก หรือเข้าสู่ปอดกลายเป็นปอดอักเสบตามมาได้ นอกจากนี้ ลูกที่เหนื่อยหอบมากๆ กระเพาะอาหารอาจจะแฟบหรือมีลมในท้องเยอะจากการกลืนอากาศเข้าไปขณะหอบ ทำให้ยิ่งอึดอัดแน่นท้องเข้าไปอีก
เทคนิคปรับมื้อนมเมื่อลูกหายใจเหนื่อย: แบ่งน้อยแต่บ่อยขึ้น
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการโภชนาการช่วงที่ลูกหายใจลำบากคือ การเปลี่ยนกลยุทธ์จากการกินมื้อใหญ่ให้กลายเป็นมื้อเล็กๆ แต่เพิ่มความถี่ขึ้น
- ลดปริมาณนมต่อมื้อลง: หากปกติลูกกินมื้อละ 4 ออนซ์ อาจปรับลดเหลือ 2 ออนซ์ เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารไปดันกะบังลม ทำให้ลูกหายใจลำบากมากขึ้น
- เพิ่มความถี่ในการป้อน: เมื่อลดปริมาณลง ลูกจะหิวเร็วขึ้น เราก็คอยป้อนถี่ขึ้น เช่น จากทุก 3 ชั่วโมง อาจขยับมาเป็นทุก 2 ชั่วโมงแทน
- สังเกตสัญญาณเหนื่อยระหว่างป้อน: หากลูกเริ่มสำลัก หายใจแรงขึ้น หรือหยุดดูดบ่อยๆ ให้หยุดพักทันที อย่าฝืนป้อนต่อเด็ดขาด
เลือกอุปกรณ์และท่าป้อนที่ช่วยลดแรงหายใจของลูก
การเลือกจุกนมและการจัดท่าทางก็มีส่วนช่วยผ่อนแรงให้ลูกได้มากในช่วงที่เขาไม่สบาย
เลือกจุกนมแบบไหนดีในช่วงนี้?
ไม่ควรใช้จุกนมที่รูใหญ่เกินไปเพราะทำให้น้ำนมไหลเร็วเกินไปจนลูกสำลัก แต่ก็ไม่ควรใช้รูเล็กเกินไปจนลูกต้องออกแรงดูดมากจนเหนื่อยหอบ แนะนำให้เลือกจุกนมที่น้ำนมไหลออกเป็นหยดสม่ำเสมอเมื่อคว่ำขวด เพื่อให้ลูกไม่ต้องออกแรงเค้นเยอะเวลาดูด
ปรับท่าอุ้มป้อนนมให้ถูกต้อง
ควรปรับให้ศีรษะของลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ทำมุมประมาณ 30 ถึง 45 องศา หลีกเลี่ยงการป้อนในท่านอนราบสนิท เพราะจะทำให้น้ำนมไหลย้อนและเสี่ยงสำลักได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่
เคล็ดลับการพักระหว่างมื้อและการไล่ลม
เด็กที่หายใจลำบากมักจะกลืนลมเข้าไปในท้องเยอะมากกว่าปกติ ทำให้แน่นท้องและหายใจติดขัดยิ่งขึ้น การอุ้มเรอจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด
- หยุดพักกลางมื้อ: อย่ารอให้หมดขวดแล้วค่อยพัก ระหว่างป้อนให้อุ้มเรอทุกๆ การดื่มนมครึ่งหนึ่งของมื้อ หรือทุกๆ 1 ถึง 2 ออนซ์
- อุ้มเรออย่างนุ่มนวล: ใช้วิธีวางลูกพาดบ่าหรืออุ้มตั้งตรงแล้วลูบหลังเบาๆ หลีกเลี่ยงการตบหลังแรงๆ เพราะอาจทำให้เด็กอาเจียนและสำลักลงปอดได้
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าลูกกินนมต่อไม่ไหว ต้องรีบไปโรงพยาบาล
แม้เราจะพยายามปรับโภชนาการอย่างระมัดระวังแค่ไหน แต่หากโรคที่เป็นสาเหตุของอาการหายใจลำบากยังไม่ดีขึ้น ลูกอาจแสดงอาการวิกฤตที่ต้องให้แพทย์ช่วยเหลือเร่งด่วน
- ลูกปฏิเสธนมอย่างสิ้นเชิงหรือไม่ยอมดูดเลยติดต่อกันหลายมื้อ
- มีอาการสำลักรุนแรงทุกครั้งที่แตะโดนหัวนมหรือขวดนม
- ปัสสาวะน้อยลง สีเข้ม หรือผ้าอ้อมแห้งนานเกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำ
- หายใจเร็วมากจนหน้าอกบุ๋มลึก ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ
สุดท้ายนี้ อยากฝากคุณพ่อคุณแม่ว่า ช่วงที่ลูกป่วยและหายใจลำบาก ลูกจะหงุดหงิดและเหนื่อยง่ายเป็นพิเศษ ความใจเย็นและการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างป้อนนมจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารประคับประคองร่างกายผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ และหากไม่มั่นใจในอาการของลูก ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดทันทีครับ