ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเลือกซื้อเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัวที่ดูสดใหม่มาทำเมนูโปรดอย่างลาบ ก้อย แหนม หรือสเต็กแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยคิดว่าความสดจะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้น แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ด้วยอาการท้องเสียเรื้อรังและติดเชื้อดื้อยาอยู่บ่อยครั้ง อยากชวนมามองลึกลงไปถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อสัตว์เหล่านั้น นั่นคือเรื่องของ อันตรายจากการได้รับยาปฏิชีวนะต ค้างที่สะสมมาตั้งแต่ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์

ทำไมเนื้อสัตว์ถึงมี L-ยาปฏิชีวนะตกค้างติดมาด้วย?

ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปัจจุบัน ยาปฏิชีวนะไม่ได้ถูกใช้เพื่อรักษาโรคเพียงอย่างเดียว แต่บางครั้งยังถูกนำมาใช้ในปริมาณต่ำเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและป้องกันโรคในสัตว์ที่เลี้ยงกันอย่างหนาแน่น เมื่อเกษตรกรให้ยาเหล่านี้แก่สัตว์ และกระบวนการผลิตไม่ได้เว้นระยะเวลาให้ยาขับออกจากร่างกายสัตว์เสียก่อน (ที่เรียกว่าระยะหยุดยา) สารตกค้างเหล่านี้จึงยังคงหลงเหลืออยู่ในเนื้อเยื่อและไขมันของสัตว์ และส่งต่อมาถึงจานอาหารของเรา

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อเรากินเนื้อสัตว์ดิบที่มีสารตกค้างสะสม?

การรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือปรุงไม่สุกที่มีสารเหล่านี้ปนเปื้อน ไม่ได้ส่งผลเสียทันทีในชั่วข้ามคืน แต่ภัยร้ายจะค่อยๆ สะสมทีละน้อย ส่งผลกระทบต่อร่างกายในหลายด้านดังนี้

  • สร้างความคุ้นเคยให้เชื้อโรคในลำไส้: เมื่อร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะในปริมาณน้อยๆ เป็นประจำ แบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้ของเราจะเริ่มปรับตัวและเรียนรู้ที่จะดื้อยาตัวนั้น
  • รบกวนสมดุลจุลินทรีย์ดี: สารตกค้างเหล่านี้สามารถทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารรวน ภูมิคุ้มกันลดลง และท้องเสียได้ง่าย
  • ปัญหาดื้อยาต้านจุลชีพ: นี่คือเรื่องที่น่ากลัวที่สุด เพราะหากวันหนึ่งเราป่วยเป็นโรคติดเชื้อจริงๆ การใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป เนื่องจากเชื้อโรคในตัวเราได้พัฒนาเกราะป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องความสะอาดของอาหาร

แม้ว่าสารตกค้างในเนื้อสัตว์จะส่งผลเสียต่อทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่ร่างกายอาจรับมือกับสารเหล่านี้ได้ยากกว่าคนทั่วไป เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หากคนกลุ่มนี้รับประทานเนื้อสัตว์ดิบเข้าไป นอกจากจะเสี่ยงเรื่องยาปฏิชีวนะตกค้างแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างซาลโมเนลลาหรืออีโคไล ที่อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล

ปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรให้ห่างไกลจากสารตกค้าง

การดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากปัญหาเหล่านี้เริ่มต้นได้ที่ห้องครัวของเราเอง การหลีกเลี่ยงเมนูเนื้อสัตว์ดิบ หันมารับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงสุกด้วยความร้อนสูงอย่างทั่วถึง จะช่วยสลายโครงสร้างของยาปฏิชีวนะบางส่วน และทำลายเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาด้วย นอกจากนี้ การเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองความปลอดภัยจากหน่วยงานรัฐ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคัดกรองความเสี่ยงที่ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down