ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องให้เซรุ่มและวัคซีนพร้อมกันในบางสถานการณ์

หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาโดนสุนัขกัดหรือได้รับบาดแผลเสี่ยงติดเชื้อบาดทะยัก ว่าทำไมคุณหมอถึงสั่งให้ฉีดทั้งวัคซีนและเซรุ่มพร้อมกัน ทั้งที่วัคซีนก็ป้องกันโรคได้อยู่แล้ว เรื่องนี้มีคำอธิบายที่เข้าใจง่ายครับ การฉีดวัคซีนคือการให้ร่างกายเราเรียนรู้วิธีสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งถึงจะเริ่มมีภูมิขึ้นมาป้องกันร่างกายได้

ในขณะที่เซรุ่มเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่เราฉีดเข้าไปเพื่อช่วยสู้กับเชื้อโรคในทันที ดังนั้นการพิจารณาใช้เซรุ่มร่วมกับวัคซีนจึงเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Passive-Active Immunization เพื่อให้เรามีทั้งเกราะป้องกันฉุกเฉินและภูมิคุ้มกันระยะยาวไปพร้อมกัน

เกณฑ์การพิจารณาใช้เซรุ่มร่วมกับวัคซีนตามระดับความเสี่ยง

คุณหมอจะดูจากสองปัจจัยหลักเป็นสำคัญ คือประวัติการฉีดวัคซีนเดิมของเรา และลักษณะของแผลที่ได้รับมา

  • สถานะภูมิคุ้มกันเดิม: หากไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือประวัติการฉีดไม่ชัดเจน การใช้เซรุ่มถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกันพื้นฐานเหลืออยู่เลย
  • ลักษณะและความรุนแรงของแผล: แผลที่สกปรกมาก มีเนื้อตาย หรือเป็นแผลลึกที่อากาศเข้าไม่ถึง ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี แพทย์มักจะพิจารณาให้เซรุ่มร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • ระยะเวลาหลังได้รับเชื้อ: หากเป็นกรณีที่ได้รับเชื้อมาสักระยะหนึ่งแล้ว การฉีดเพียงแค่วัคซีนอาจไม่เพียงพอ เพราะร่างกายสร้างภูมิไม่ทันการ จึงต้องมีเซรุ่มเข้ามาเป็นตัวช่วยด่านหน้า

ความแตกต่างระหว่างเซรุ่มและวัคซีนที่คนไข้ควรรู้

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราสามารถเปรียบเทียบง่ายๆ ดังนี้ครับ

วัคซีน คือการฝึกให้ร่างกายสู้เป็น

วัคซีนคือเชื้อโรคที่ถูกทำให้ตายหรือทำให้อ่อนกำลังลง เมื่อฉีดเข้าไป ร่างกายจะจดจำและหัดสร้างทหารออกมาป้องกันตัวเอง ซึ่งวิธีนี้ใช้เวลานาน แต่ผลลัพธ์คือภูมิคุ้มกันที่คงอยู่ได้นานหลายปี

เซรุ่ม คือการยืมทหารจากที่อื่นมาช่วย

เซรุ่มเป็นการนำภูมิคุ้มกันที่สกัดมาจากเลือดของมนุษย์หรือสัตว์มาฉีดเข้าไป เพื่อทำลายเชื้อโรคที่กำลังรุกรานในทันที ข้อดีคือเห็นผลเร็วมาก แต่ข้อเสียคืออยู่กับเราได้ไม่นานก็จะสลายไปตามธรรมชาติ

การติดตามอาการหลังรับเซรุ่มร่วมกับวัคซีน

แม้ว่าการใช้ร่วมกันจะปลอดภัยในเชิงการแพทย์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือปฏิกิริยาของร่างกายต่อเซรุ่ม โดยเฉพาะอาการแพ้ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้แม้จะไม่บ่อยนัก หากมีอาการผื่นคัน ปากบวม หายใจไม่สะดวก หรือไข้ขึ้นสูงหลังจากได้รับเซรุ่ม ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่หรือกลับมาพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของการตอบสนองที่ผิดปกติของร่างกาย

ข้อแนะนำเมื่อต้องฉีดทั้งสองอย่างพร้อมกัน

เมื่อต้องรับวัคซีนและเซรุ่มพร้อมกัน คุณหมอจะแยกตำแหน่งการฉีดอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาทำปฏิกิริยากันเองภายในเข็มฉีดยาหรือบริเวณจุดที่ฉีด ที่สำคัญที่สุดคือการมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในครั้งถัดไปให้ครบถ้วน เพราะเซรุ่มจะหมดฤทธิ์ไปในเวลาไม่นาน การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงด้วยตัวเองจากการฉีดวัคซีนครบถ้วนจึงเป็นคำตอบที่ยั่งยืนที่สุดในการป้องกันโรคครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down