อาการตาอักเสบเรื้อรังที่คนไข้มักชะล่าใจ
เวลาที่คนไข้มาหาหมอด้วยอาการตาแดง เคืองตา หรือสู้แสงไม่ค่อยได้ หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงอาการเยื่อบุตาอักเสบธรรมดาหรือภูมิแพ้ เดี๋ยวหยอดตาสักพักก็คงหาย แต่ในความเป็นจริง มีภาวะอักเสบภายในลูกตาบางชนิดที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น ซึ่งหากปล่อยให้มีการอักเสบเรื้อรังซ้ำๆ โดยไม่รักษาให้ตรงจุด น้ำหล่อเลี้ยงภายในตาจะระบายออกไม่ได้ดีจนความดันในลูกตาสพสมสูงขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต้อหินทุติยภูมิจากการอักเสบที่น่ากลัวกว่าที่คิด
ต้อหินทุติยภูมิจากการอักเสบคืออะไรและต่างจากต้อหินทั่วไปอย่างไร
โรคต้อหินโดยทั่วไปที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ มักเกิดจากความเสื่อมตามอายุหรือความดันตาที่สูงขึ้นเองตามโครงสร้างการระบายน้ำตาที่เสื่อมสภาพ แต่สำหรับ โรคต้อหินทุติยภูมิจากการอักเสบ นั้นต่างออกไป สาเหตุหลักไม่ได้มาจากความเสื่อม แต่เกิดจากไฟของการอักเสบที่เคยเกิดขึ้นข้างในลูกตาไม่ว่าจะเป็นจากม่านตาอักเสบ การติดเชื้อ หรือโรคภูมิคุ้มกันทำ2ลายเนื้อเยื่อตัวเอง
เมื่อลูกตาเกิดการอักเสบ เซลล์เม็ดเลือดและโปรตีนจากการอักเสบจะหลุดออกมาอุดตันท่อระบายน้ำในตา เปรียบเสมือนท่อระบายน้ำทิ้งที่ถูกใบไม้และเศษขยะอุดตัน น้ำในตาจึงไหลออกไม่ได้ ความดันในลูกตาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไปกดทับขั้วประสาทตาโดยตรง
สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าตาอักเสบกำลังลามเป็นต้อหิน
ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในช่วงแรกคนไข้มักไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดรุนแรง อาการจึงมักเนียนไปกับอาการตาแดงทั่วไป แต่จะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่สังเกตได้ดังนี้
- ตามัวลงอย่างช้าๆ หรือตามัวลงฉับพลัน ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ความดันตาพุ่งสูงขึ้น
- มองเห็นแสงเป็นวงกลมสีรุ้ง โดยเฉพาะเวลาที่มองดวงไฟในตอนกลางคืน
- ปวดตุบๆ รอบกระบอกตาและปวดร้าวไปที่ขมับ มักมาพร้อมกับอาการตาแดงก่ำ
- สู้แสงไม่ได้และน้ำตาไหลมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นอาการตกค้างจากภาวะม่านตาอักเสบเดิม
กลไกเบื้องหลัง ทำไมตาอักเสบถึงกลายร่างเป็นต้อหิน
เพื่อให้เข้าใจภาพได้ง่ายขึ้น เวลาที่เกิดการอักเสบภายในตา ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวและสารภูมิต้านทานมาจัดการ แต่กระบวนการนี้ทิ้งคราบตะกรันและพังผืดไว้ ทำให้มุมตาซึ่งเป็นจุดระบายน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาเกิดการตีบตัน นอกจากนี้ ยาบางกลุ่มที่ใช้รักษาอาการอักเสบ เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีจักษุแพทย์คอยควบคุมปริมาณ ก็สามารถเหนี่ยวนำให้ความดันตาสูงขึ้นจนกลายเป็นต้อหินจากยาได้เช่นกัน
วิธีที่จักษุแพทย์ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคนี้
การตรวจวินิจฉัยต้อหินจากการอักเสบต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทางและความละเอียดสูง เริ่มตั้งแต่การใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจสภาพภายในลูกตาเพื่อหาคราบการอักเสบ การวัดความดันตาอย่างแม่นยำ การตรวจมุมระบายน้ำในตาด้วยเลนส์พิเศษ และการตรวจลานสายตาเพื่อดูว่าเส้นประสาทตาถูกทำลายไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว การประเมินเหล่านี้ช่วยให้แพทย์รู้ว่าควรปรับแผนการรักษายังไงเพื่อให้รักษาทั้งการอักเสบและลดความดันตาไปพร้อมๆ กัน
วิธีรักษา: ดับไฟอักเสบพร้อมกับระบายความดันตา
การรักษาโรคนี้มีความซับซ้อนกว่าต้อหินทั่วไป เพราะแพทย์ต้องทำสองสิ่งพร้อมๆ กัน คือควบคุมการอักเสบในตาให้สงบลงสนิท และลดความดันในลูกตาเพื่อปกป้องเส้นประสาทตา
- การใช้ยาหยอดตาและยารับประทาน เพื่อลดการสร้างน้ำในตาและเพิ่มการระบายน้ำออก พร้อมกับยาหยอดลดอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกัน
- การใช้เลเซอร์หรือการผ่าตัด ในกรณีที่ใช้ยาแล้วความดันยังไม่ลด หรือท่อระบายน้ำตาถูกพังผืดปิดตายถาวร แพทย์อาจพิจารณาทำเลเซอร์เปิดทางระบายน้ำตาใหม่ หรือผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำตาเทียมเพื่อให้ความดันตากลับมาสู่ภาวะปกติ
การดูแลตัวเองและการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากโรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงตามภาวะการอักเสบ การมาพบจักษุแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัดจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ห้ามหยุดยาหยอดตาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการตาแดงจะหายไปแล้วก็ตาม เพราะบางครั้งตากลับมาอักเสบเงียบๆ โดยที่คนไข้ไม่รู้ตัว การสังเกตการมองเห็นของตัวเองสม่ำเสมอและการรีบมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการตามัวลงหรือปวดตา จะช่วยรักษาดวงตาคู่สวยให้ใช้งานได้ยาวนาน