ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความจริงที่ถูกมองข้าม: ทำไมการตีตราถึงน่ากลัวพอๆ กับตัวโรค

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน ผมพบว่าสิ่งที่ทำลายคุณภาพชีวิตคนไข้ได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่เชื้อโรคหรือตัวยา แต่เป็นสายตาของคนรอบข้าง หลายครั้งที่ผู้ติดเชื้อต้องแบกรับความเครียดจากการถูกแบ่งแยก เพียงเพราะคนอื่นยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดต่อของเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเลือกที่จะเก็บตัวหรือปิดบังความจริง ซึ่งส่งผลเสียต่อการรักษาในระยะยาวอย่างมาก

มุมมองในที่ทำงาน: เมื่อเพื่อนร่วมงานกลายเป็นคนแปลกหน้า

บ่อยครั้งที่ผมได้ยินคนไข้ระบายเรื่องที่ทำงาน ทั้งที่ในความเป็นจริงเชื้อโรคหลายชนิดไม่ได้ติดต่อกันผ่านการนั่งทำงานข้างกัน การหยิบจับอุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน หรือการใช้ห้องน้ำจุดเดียวกัน แต่ความกลัวที่เกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาดมักทำให้เกิดอุปสรรคทางสังคมและการตีตราผู้ติดเชื้อในที่ทำงาน เช่น การหลีกเลี่ยงไม่ร่วมโต๊ะอาหาร การพยายามแยกของใช้ส่วนตัว หรือการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน ทั้งที่ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องแล้วจะมีระดับเชื้อในเลือดที่ต่ำจนไม่สามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้เลย

สถานพยาบาลที่ควรเป็นที่พึ่ง กลับกลายเป็นแหล่งสร้างบาดแผลทางใจ

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือในสถานพยาบาลเอง บางครั้งบุคลากรหรือผู้ป่วยท่านอื่นอาจเผลอแสดงท่าทีรังเกียจโดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการสวมถุงมือซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น การแสดงสีหน้ากังวล หรือการปฏิบัติที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองเป็นตัวอันตราย การกระทำเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคทางสังคมและการตีตราผู้ติดเชื้อในสถานพยาบาลที่รุนแรง เพราะโรงพยาบาลควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการรักษาใจและกาย ไม่ใช่พื้นที่ที่สร้างความรู้สึกต่ำต้อยให้กับคนไข้

วิธีที่เราจะเปลี่ยนสังคมให้เข้าใจและอยู่ร่วมกันได้จริง

  • เลิกใช้คำพูดที่ตัดสินคนอื่นจากสถานะสุขภาพ เพราะโรคไม่ใช่เครื่องหมายที่บอกความเป็นคน
  • ทำความเข้าใจกลไกการติดต่อของเชื้อผ่านข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่คำบอกเล่าต่อกันมา
  • หากพบเห็นการตีตราในที่ทำงานหรือพื้นที่สาธารณะ การให้ความรู้ด้วยความใจเย็นและการส่งเสริมความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา
  • สถานพยาบาลควรสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เท่าเทียม เพื่อให้ผู้ติดเชื้อกล้าที่จะเข้ามาสู่ระบบการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหวาดระแวง

ท้ายที่สุด การรักษาโรคทางการแพทย์เป็นเพียงครึ่งเดียวของการเยียวยา อีกครึ่งหนึ่งคือการรักษาด้วยความเข้าใจและการยอมรับจากคนรอบข้าง ผมเชื่อว่าหากเราทุกคนมองผู้ป่วยด้วยความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน กำแพงแห่งการตีตราเหล่านี้จะค่อยๆ ทลายลง และสังคมของเราจะกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down