ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความปั่นป่วนของทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง

หลายคนมักมาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการที่ชวนให้ปวดหัว เช่น ท้องอืดเรื้อรัง ถ่ายเหลวบ้างสลับท้องผูก หรือรู้สึกแน่นท้องเป็นประจำโดยหาสาเหตุชัดเจนไม่ได้ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านไปได้ และมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นการอักเสบที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ทำไมทางเดินอาหารถึงเกิดการอักเสบแบบเรื้อรังได้นานขนาดนี้

การอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหารไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะอาหารเป็นพิษเฉียบพลันแล้วจบไป แต่มักมีปัจจัยแฝงที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตอบสนองผิดปกติอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยเหล่านี้อาจเกิดจาก

  • การติดเชื้อเรื้อรัง เช่น เชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรในกระเพาะอาหาร
  • ภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติ จนหันกลับมาทำลายเนื้อเยื่อทางเดินอาหารของตนเอง
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำร้ายระบบย่อยอาหาร เช่น การทานยาแก้ปวดกลุ่มกัดกระเพาะเป็นประจำ ความเครียดสะสม หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ภาวะแพ้อาหารหรือการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่ามีปัญหา

คนไข้ส่วนใหญ่มักมีอาการที่คาบเกี่ยวกันจนแยกยาก แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรเริ่มหาสาเหตุจริงจัง

  • ปวดท้องจุกเสียดบริเวณยอดอกหรือรอบสะดือแบบเป็นๆ หายๆ
  • ขับถ่ายผิดปกติ ถ่ายเหลวเรื้อรัง หรือมีมูกเลือดปน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลียเรื้อรังเนื่องจากดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่
  • มีแก๊สในกระเพาะและลำไส้มากผิดปกติจนรู้สึกอึดอัดหลังมื้ออาหาร

ตรวจวินิจฉัยอย่างไรให้รู้ซึ้งถึงสาเหตุ

การวินิจฉัยกลุ่มอาการทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรังทำได้ยากกว่าโรคทั่วไป เพราะต้องอาศัยการแยกโรคอื่นๆ ออกไปก่อน แพทย์มักเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ตามด้วยการตรวจพิเศษ

  • การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร เพื่อดูลักษณะการอักเสบโดยตรงและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา
  • การตรวจอุจจาระเพื่อดูการติดเชื้อหรือการอักเสบภายในลำไส้
  • การตรวจเลือดเพื่อดูค่าการอักเสบและภาวะซีดจากการขาดสารอาหาร
  • การทดสอบการแพ้อาหารหรือการตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในกรณีที่จำเป็น

วิธีดูแลและรักษาเพื่อคืนความสุขให้ระบบย่อยอาหาร

หัวใจสำคัญของการรักษาไม่ใช่แค่การกินยา แต่คือการปรับสมดุลใหม่ทั้งหมด ทั้งการใช้ยาเพื่อลดกรดหรือลดการอักเสบตามที่แพทย์สั่ง การปรับอาหารให้ย่อยง่ายและเลี่ยงของแสลง รวมถึงการจัดการความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ การค่อยๆ ปรับวิถีชีวิตควบคู่กับการรักษาจะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารกลับมาทำงานได้เป็นปกติและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down