ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กรดไหลย้อนซ่อนเร้นในทารก คืออะไรและน่ากลัวแค่ไหน

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักกังวลเมื่อเห็นลูกน้อยร้องไห้โยเยตลอดเวลา หรือมีอาการสำรอกบ่อย หลายครั้งเราเหมารวมว่าเป็นกรดไหลย้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรดไหลย้อนซ่อนเร้น หรือ Silent Reflux เป็นภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารย้อนขึ้นมาถึงบริเวณกล่องเสียงหรือคอหอยโดยที่เด็กไม่ได้อาเจียนออกมาให้เห็น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกดูหงุดหงิด นอนหลับไม่สนิท หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทำไมการวินิจฉัยแยกโรคกรดไหลย้อนซ่อนเร้นถึงสำคัญ

ปัญหาใหญ่คืออาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับโรคเดียว การวินิจฉัยแยกโรคกรดไหลย้อนซ่อนเร้นจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากรักษาไม่ตรงจุด เช่น การให้ยาลดกรดโดยที่ลูกไม่ได้เป็นกรดไหลย้อน ก็อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารตามธรรมชาติของทารกได้ เราจำเป็นต้องแยกให้ออกว่าอาการที่เห็นเกิดจากความผิดปกติของทางเดินอาหาร หรือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและโรคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกัน

เช็กให้ชัด อาการแบบนี้ใช่กรดไหลย้อนซ่อนเร้นจริงหรือเปล่า

ทารกที่มีภาวะนี้มักจะมีสัญญาณเตือนที่พ่อแม่สังเกตได้เองที่บ้าน ดังนี้

  • ลูกมีอาการแอ่นตัวไปด้านหลังบ่อยๆ ขณะกินนมหรือหลังกินนมเสร็จ
  • มีเสียงหายใจครืดคราด หรือเหมือนมีเสมหะในคอตลอดเวลาทั้งที่ไม่มีไข้
  • ไอแห้งๆ เป็นพักๆ โดยเฉพาะหลังจากนอนราบ
  • สะดุ้งตื่นง่าย ร้องไห้กวนมากในช่วงกลางคืน
  • น้ำหนักตัวอาจขึ้นช้า หรือลูกดูไม่ยอมกินนมเพราะเจ็บคอจากกรดที่ขึ้นมา

โรคอะไรบ้างที่อาการเหมือนกรดไหลย้อนจนเราเข้าใจผิด

ในมุมมองของคุณหมอ เราต้องนำโรคอื่นมาพิจารณาเปรียบเทียบด้วยเสมอ เพื่อการรักษาที่แม่นยำ:

  • การแพ้นมวัว: เด็กกลุ่มนี้มักมีผื่นคัน ร่วมกับถ่ายผิดปกติหรือมีมูกเลือดปน ซึ่งต้องแยกจากกรดไหลย้อนอย่างละเอียด
  • ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น: เช่น โรคหลอดลมอ่อนนิ่ม ซึ่งทำให้เด็กมีเสียงหายใจผิดปกติเช่นกัน
  • ภาวะติดเชื้อในทางเดินหายใจ: หากลูกมีไข้ร่วมด้วย หรือมีน้ำมูกไหล ต้องสงสัยเรื่องการติดเชื้อมากกว่ากรดไหลย้อน
  • ความผิดปกติของโครงสร้างหลอดอาหาร: ในกรณีที่ลูกสำลักรุนแรงจนหน้าเขียว อาจมีปัญหาโครงสร้างทางกายภาพที่ต้องตรวจด้วยวิธีพิเศษ

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด

หากคุณพ่อคุณแม่ลองปรับท่าอุ้มหลังกินนม หรือแบ่งมื้อนมให้เล็กลงแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือลูกเริ่มมีอาการน้ำหนักตัวไม่เพิ่ม ไอจนหน้าเขียว หรือหายใจหอบเหนื่อย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรพามาพบกุมารแพทย์ เพื่อพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึงการวัดความเป็นกรดในหลอดอาหาร หรือการส่องกล้องในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าเรากำลังรักษาสิ่งที่กวนใจลูกอยู่ได้อย่างถูกต้องที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down