ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลืนลำบากไม่ใช่แค่เรื่องของคอแห้งหรือเจ็บคอธรรมดา

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้แล้วพบว่ามีอาการกินข้าวแล้วติดคอ รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ หรือดื่มน้ำแล้วสำลักบ่อย หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่เพราะรีบกิน หรือดื่มน้ำเร็วเกินไป แต่ในทางการแพทย์อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อในการดูดกลืน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร หรือร้ายแรงกว่านั้นคือการสำลักจนเกิดภาวะปอดอักเสบติดเชื้อได้

กลไกการกลืนที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

การกลืนของคนเราไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่มันคือการทำงานประสานกันอย่างแม่นยำของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทกว่า 20 คู่ ตั้งแต่ปาก ลำคอ ไปจนถึงหลอดอาหาร เริ่มจากการเคี้ยวที่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อกราม ต่อด้วยการผลักอาหารลงไปในคอ และจังหวะที่กล้ามเนื้อหูรูดเปิดเพื่อให้ผ่านเข้าสู่หลอดอาหารโดยไม่หลุดเข้าไปในหลอดลม หากจุดใดจุดหนึ่งทำงานผิดพลาด เราก็จะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของการกลืนทันที

สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อสั่งการกลืนไม่ได้ดั่งใจ

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นมักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือปัญหาจากกล้ามเนื้อโดยตรง หรือปัญหาจากระบบประสาทที่ส่งคำสั่งมายังกล้ามเนื้อ โดยสาเหตุที่หมอพบได้บ่อย ได้แก่

  • ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) หรือผลจากโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความเสื่อมตามวัยที่ทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานได้ช้าและไม่ประสานกัน
  • ภาวะหูรูดหลอดอาหารหดเกร็งผิดปกติ ทำให้กลืนแล้วรู้สึกเหมือนอาหารค้างติดแน่นอยู่ตรงหน้าอก
  • โรคของกล้ามเนื้อโดยตรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งส่งผลให้กำลังในการบีบตัวลดลง

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการกลืน

ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ หากมีควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด

  • ต้องเคี้ยวอาหารนานกว่าปกติ หรือต้องพยายามกลืนซ้ำหลายครั้งกว่าอาหารจะลงไปได้
  • มีอาการสำลักน้ำหรืออาหารบ่อยครั้งในขณะรับประทาน
  • รู้สึกเหมือนมีเศษอาหารติดค้างอยู่ตามซอกหรือบริเวณลำคอ
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุจากการที่รับประทานอาหารได้น้อยลง
  • มีอาการไอหลังจากกลืนอาหารหรือดื่มน้ำ

วิธีดูแลและฟื้นฟูการกลืนให้กลับมาปกติ

เมื่อตรวจพบสาเหตุแล้ว การรักษามักจะเริ่มจากการฝึกฝนกล้ามเนื้อและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยนักกิจกรรมบำบัดหรือนักแก้ไขการพูดจะเป็นผู้สอนเทคนิค เช่น การจัดท่าทางในการรับประทานอาหาร การปรับความข้นหนืดของอาหารให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสในการสำลัก รวมถึงการทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อบริเวณลำคอให้กลับมาแข็งแรงและตอบสนองได้ดีขึ้น ในบางกรณีที่มีภาวะกล้ามเนื้อหูรูดเกร็งตัวมาก แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาหรือการหัตถการทางการแพทย์เพื่อคลายกล้ามเนื้อนั้นๆ

เมื่อไหร่ที่ต้องมาพบหมอเพื่อตรวจให้แน่ชัด

หากอาการเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น กลัวการกินข้าวเพราะสำลักบ่อย กินอาหารได้น้อยลงจนร่างกายซูบผอม หรือทุกครั้งที่กลืนแล้วรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก อย่ารอช้าครับ การวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและช่วยให้เรากลับมามีความสุขกับการรับประทานอาหารได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down