ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงต้องตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางกายวิภาคของลำไส้ใหญ่

หลายคนมักมาปรึกษาหมอด้วยอาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายไม่สุด หรือมีอาการปวดท้องที่หาสาเหตุไม่ได้ชัดเจน บางครั้งปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากพฤติกรรมการกินเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากความผิดปกติทางกายวิภาค หรือรูปร่างและตำแหน่งของลำไส้ใหญ่ที่แปลกไปจากปกติ การตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางกายวิภาคของลำไส้ใหญ่จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้หมอเห็นภาพว่า ข้างในช่องท้องมีอะไรซ่อนอยู่ และเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ วิธีทองของการตรวจวินิจฉัย

เมื่อพูดถึงการตรวจลำไส้ใหญ่ ทุกคนมักนึกถึงการส่องกล้อง หรือ Colonoscopy ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน หมอจะใช้กล้องขนาดเล็กที่มีไฟและเลนส์ขยายสอดผ่านทางทวารหนัก วิธีนี้ไม่ได้แค่ช่วยดูความผิดปกติทางกายวิภาคเท่านั้น แต่ยังช่วยตรวจดูความเรียบเนียนของผิวลำไส้ เห็นรอยโรค เนื้องอก หรือติ่งเนื้อได้ชัดเจนมาก หากพบความผิดปกติ หมอยังสามารถตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ได้ในคราวเดียว

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Colonography ตัวช่วยทางเลือกแบบไม่รุกราน

สำหรับคนไข้บางรายที่กังวลเรื่องการส่องกล้อง หรือมีข้อจำกัดทางสุขภาพที่ทำให้ไม่สามารถวางยาสลบได้ หมอจะแนะนำการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง เทคนิคนี้เป็นการจำลองภาพลำไส้ใหญ่ขึ้นมาแบบ 3 มิติ เพื่อดูรูปร่าง ความคดเคี้ยว หรือตำแหน่งที่ผิดปกติของลำไส้ วิธีนี้ไม่ต้องสอดกล้องเข้าไปลึกๆ แต่อาจต้องมีการเตรียมลำไส้ให้สะอาดเช่นเดียวกับการส่องกล้อง เพื่อให้ภาพที่ได้คมชัดที่สุด

การกลืนแป้งแบเรียมกับการดูโครงสร้างลำไส้

ในกรณีที่ต้องการดูการทำงานร่วมกับรูปร่างของลำไส้ การตรวจด้วยการสวนแป้งแบเรียม หรือ Barium Enema ยังคงมีประโยชน์อยู่บ้าง หมอจะใส่สารทึบรังสีเข้าไปในลำไส้ใหญ่ แล้วทำการเอกซเรย์ต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยให้เห็นการเคลื่อนตัวของลำไส้ และดูว่ามีส่วนไหนที่ตีบตันหรือมีรูปร่างที่ผิดไปจากปกติจนขัดขวางการขับถ่ายหรือไม่

เตรียมตัวอย่างไรก่อนมาตรวจ

  • งดอาหารที่มีกากใยสูงประมาณ 2-3 วันก่อนวันนัด
  • รับประทานยาถ่ายตามที่หมอสั่งเพื่อล้างลำไส้ให้สะอาดที่สุด
  • งดน้ำและอาหารในเช้าวันตรวจ เพื่อป้องกันการสำลักหรือปัญหาขณะทำหัตถการ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้หมอทราบทุกครั้ง

ตรวจพบความผิดปกติแล้วรักษาอย่างไรต่อ

เมื่อผลการตรวจออกมาแล้ว หากพบความผิดปกติทางกายวิภาค เช่น ลำไส้ยาวกว่าปกติ ลำไส้ขดตัว หรือมีการตีบตัว หมอจะประเมินร่วมกับอาการที่คนไข้เป็นอยู่ หากอาการไม่รุนแรง การปรับพฤติกรรม การใช้ยาช่วยการขับถ่าย หรือการนวดหน้าท้องอาจเพียงพอ แต่หากมีความผิดปกติที่รุนแรงจนกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาการรักษาทางศัลยกรรมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยคืนความสุขในการใช้ชีวิตได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down