ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้เลือดออกกับความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่

ช่วงหน้าฝนทีไร สิ่งหนึ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่กังวลใจที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องไข้เลือดออก โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ร่างกายอาจยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ เมื่อก่อนเราอาจทำได้แค่หมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหรือติดมุ้งลวด แต่ในปัจจุบันเรามีทางเลือกในการเสริมเกราะป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งหลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่าลูกเราจำเป็นต้องฉีดไหม หรือฉีดแล้วจะคุ้มค่าหรือเปล่า วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายครับ

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกคืออะไรและช่วยป้องกันได้อย่างไร

วัคซีนชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีที่เป็นต้นเหตุของไข้เลือดออก หลักการทำงานของวัคซีนคือการเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายจดจำเชื้อโรคและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเตรียมพร้อมไว้ เมื่อเชื้อจริงเข้าสู่ร่างกาย ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้มาก ช่วยให้โอกาสที่จะป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลลดน้อยลง แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่เน้นไปที่การลดโอกาสเกิดอาการรุนแรงเป็นหลัก

ลูกวัยไหนที่เหมาะกับการฉีดวัคซีนมากที่สุด

ตามคำแนะนำทางการแพทย์ วัคซีนตัวนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยประเด็นสำคัญที่หมอมักเน้นย้ำกับคุณพ่อคุณแม่คือเรื่องประวัติการป่วยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนหรือไม่

  • กลุ่มเด็กที่ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน: สามารถฉีดได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเตรียมภูมิคุ้มกันไว้ล่วงหน้า
  • กลุ่มเด็กที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้ว: การได้รับวัคซีนจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีมากในการป้องกันการติดเชื้อซ้ำในสายพันธุ์ที่ต่างออกไป

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจพาลูกมาฉีด

แม้ว่าวัคซีนจะมีประโยชน์มาก แต่การพิจารณาฉีดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์เป็นหลัก คุณหมอจะซักประวัติสุขภาพพื้นฐาน รวมถึงดูว่าเด็กมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกันอยู่หรือไม่ เพราะในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องเลื่อนการฉีดออกไปก่อน นอกจากนี้ควรเตรียมตัวพูดคุยกับลูกเรื่องการฉีด เพื่อลดความตื่นเต้นและสร้างความมั่นใจให้กับเด็กก่อนถึงมือหมอ

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด

หลังฉีดวัคซีน เด็กบางคนอาจมีอาการตอบสนองที่พบได้ทั่วไป เช่น มีไข้ต่ำๆ ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด หรือรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณปกติว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1 ถึง 3 วัน คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลได้ด้วยการเช็ดตัวลดไข้หากมีอาการตัวร้อน หรือให้ลูกดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น

เมื่อไหร่ที่อาการหลังฉีดเริ่มน่ากังวลจนต้องมาพบหมอ

แม้ผลข้างเคียงรุนแรงจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่หากพบว่าลูกมีอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว หายใจหอบเหนื่อย ใบหน้าบวม หรือมีไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 2 วันโดยไม่มีท่าทีว่าจะลดลง รวมถึงอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการอย่างละเอียดทันทีครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down