ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ตื่นมากลางดึกแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำกะทันหัน ปวดท้องบิดมวน คลื่นไส้ อาเจียน จนแทบไม่มีแรง แม้มนุษย์เราจะระวังเรื่องการกินแค่ไหน แต่เรื่องอาหารเป็นพิษจากการรับประทานอาหารปนเปื้อนก็ยังเป็นโรคใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำปูปลาร้าข้างทาง แกงถุงที่ตั้งทิ้งไว้นาน หรืออาหารทะเลที่ไม่สดพอ

ทำไมจู่ๆ ถึงท้องเสียรุนแรง: เบื้องหลังเชื้อโรคในจานอาหาร

เวลาที่เรากินอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียอย่างเชื้ออีโคไล ซาลโมเนลลา หรือแม้กระทั่งสารพิษที่เชื้อโรคสร้างขึ้นทิ้งไว้ในอาหาร ร่างกายจะมีกลไกขับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกทันที นั่นคือสาเหตุว่าทำไมถึงเกิดอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างเฉียบพลัน เพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่อันตราย

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่านี่แหละอาหารเป็นพิษ

อาการมักจะเริ่มแสดงตัวหลังจากกินอาหารมื้อเจ้าปัญหาเข้าไปตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหนึ่งหรือสองวัน โดยอาการหลักๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน: รู้สึกพะอืดพะอม อาหารไม่ย่อย และอาเจียนออกมาบ่อยครั้ง
  • ปวดท้องเกร็ง: มีอาการปวดบิดเป็นพักๆ บริเวณรอบสะดือหรือทั่วท้อง
  • ท้องเสียถ่ายเหลว: ถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน
  • มีไข้และอ่อนเพลีย: บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วยเนื่องจากการอักเสบในร่างกาย

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อท้องเสียจากการกินของปนเปื้อน

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเกิดอาการอาหารเป็นพิษคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ เพราะร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปจำนวนมากจากการอาเจียนและถ่ายท้อง

  • จิบเกลือแร่ ORS ทีละน้อย: ผงเกลือแร่สำหรับคนท้องเสียละลายน้ำค่อยๆ จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป ห้ามดื่มรวดเดียวหมดเพราะอาจกระตุ้นให้อาเจียนเพิ่มขึ้น
  • เลือกกินอาหารอ่อนย่อยง่าย: เมื่อเริ่มกินไหว ให้เน้นอาหารรสจืด ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลา ข้าวต้มหมูสับ หรือโจ๊กอุ่นๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมัน และนมวัวชั่วคราว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูพลังงาน ลดการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

ส่วนใหญ่อาหารเป็นพิษสามารถหายได้เองภายในสองถึงสามวันหากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม แต่มีบางสัญญาณเตือนที่อันตรายและควรไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรืออุจจาระมีสีดำเข้ม
  • อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงจนดื่มน้ำหรือเกลือแร่ตามไม่ไหว มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลงมาก เวียนหัวเวลาลุกยืน
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
  • ปวดท้องรุนแรงมากจนกินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น

วิธีป้องกันเบื้องต้นเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

การเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และใช้วัตถุดิบที่สดใหม่เสมอ รวมถึงการล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตัดวงจรเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down