เรื่องเล่าจากห้องตรวจ เมื่อความอยากชนะเหตุผลทุกครั้ง
หลายครั้งที่เรามักจะตามใจตัวเองด้วยการช้อปปิ้งออนไลน์เกินงบ หรือเผลอกินขนมหวานยามดึก ทั้งที่รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับคนบางกลุ่ม การหักห้ามใจไม่ได้นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความอ่อนแอชั่วครั้งชั่วคราว หากแต่มันรุนแรงจนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง ในฐานะแพทย์ที่นั่งฟังเรื่องราวของคนไข้มานาน ผมพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังต่อสู้กับภาวะที่เรียกว่าความผิดปกติของการควบคุมแรงกระตุ้น โดยที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่านี่คืออาการทางจิตเวชที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
ความผิดปกติของการควบคุมแรงกระตุ้น คืออะไรกันแน่
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด โรคนี้คือภาวะที่สมองส่วนที่ทำหน้าที่เป็นเบรกหรือตัวยับยั้งชั่งใจทำงานบกพร่อง ทำให้คนคนนั้นไม่สามารถต้านทานแรงขับดันหรือความอยากที่จะทำอะไรบางอย่างได้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าการกระทำนั้นจะส่งผลเสียตามมาก็ตาม ความต่างระหว่างคนทั่วไปกับผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ เมื่อคนทั่วไปอยากทำอะไรไม่ดี จะยังมีเสียงเล็กๆ ในหัวคอยเตือนว่าอย่าทำ แต่สำหรับผู้ป่วย เสียงเตือนนั้นแทบจะไม่มี หรือมีเบาเกินกว่าจะต้านทานความอยากที่ถาโถมเข้ามาได้
สัญญาณเตือนภัย พฤติกรรมแบบไหนที่เกินคำว่านิสัยส่วนตัว
การจะมองว่าใครสักคนเป็นโรคนี้หรือไม่ เราไม่ได้ดูแค่ความเอาแต่ใจ แต่เราดูจากวงจรพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยขั้นตอนเหล่านี้:
- มีความรู้สึกอึดอัด กระวนกระวาย หรือตึงเครียดสะสมในใจจนต้องทำพฤติกรรมนั้น
- ตัดสินใจทำลงไปโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า เพื่อปลดปล่อยความอึดอัด
- เมื่อทำเสร็จแล้วจะรู้สึกโล่งใจหรือมีความสุขชั่วขณะหนึ่ง
- ตามมาด้วยความรู้สึกผิด ละอายใจ หรือต้องรับผลกรรมจากสิ่งที่ทำลงไปในภายหลัง
พฤติกรรมเหล่านี้มีตั้งแต่การติดการพนันอย่างรุนแรง การดึงผมตัวเองจนแหว่ง การชอบขโมยของตามร้านค้าทั้งที่มีเงินซื้อ หรือการระเบิดอารมณ์ก้าวร้าวทำลายข้าวของเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
สำรวจโรคในกลุ่มนี้ที่มีแพทย์พบเจอได้บ่อย
ในทางการแพทย์ เราแบ่งความผิดปกติของการควบคุมแรงกระตุ้นออกเป็นหลายรูปแบบตามลักษณะพฤติกรรมที่แสดงออก ที่เราคุ้นเคยกันดีและพบได้บ่อยในห้องตรวจมีดังนี้:
โรคชอบเล่นการพนันจนชีวิตพัง
ไม่ใช่แค่การเล่นสนุกแก้เครียด แต่คือการหมกมุ่นอยู่กับการพนัน ยิ่งเสียยิ่งต้องตามทุนคืน จนกระทบหน้าที่การงาน ครอบครัว และการเงินอย่างหนักหนาสสาหัส
โรคระเบิดอารมณ์รุนแรง
กลุ่มนี้มักจะมีฟิวส์ขาดง่ายกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาเกินเบอร์ ทำลายข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วค่อยมานั่งเสียใจทีหลังเมื่ออารมณ์เย็นลง
โรคชอบขโมยของโดยไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจ
ผู้ป่วยไม่ได้ต้องการของชิ้นนั้นไปใช้ประโยชน์หรือเอาไปขาย แต่ความสุข ความตื่นเต้น ตอนที่ลงมือหยิบของใส่กระเป๋าต่างหากคือสิ่งที่พวกโหยหา
โรคชอบถอนผมตัวเอง
อาการนี้มักเริ่มจากการดึงเส้นผม ขนคิ้ว หรือขนตาเพื่อคลายเครียด จนกลายเป็นความคุ้นชินที่ทำโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดภาวะผมแหว่งหรือล้านเป็นหย่อมๆ
เบื้องหลังสมองพัง การควบคุมแรงกระตุ้นทำไมถึงรวน
หลายคนชอบคิดว่าคนกลุ่มนี้ขาดวินัยหรือสำนึกรักตัวกลัวตาย แต่ในความจริงแล้ว มันมีเรื่องของสารสื่อประสาทในสมองเข้ามาเกี่ยวข้อง สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการคอยคิด วิเคราะห์ และยับยั้งชั่งใจ ทำงานลดลง ประกอบกับความผิดปกติของสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยควบคุมอารมณ์และความยับยั้งชั่งใจมีระดับที่ไม่สมดุล ปัจจัยทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมในวัยเด็กก็มีส่วนสะสมให้ระบบนี้พังลงได้ง่ายขึ้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
วิธีรักษา คืนความสามารถในการเบรกให้สมอง
ข่าวดีคือความผิดปกติเหล่านี้สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ ผ่านการดูแลร่วมกันระหว่างแพทย์และตัวผู้ป่วยเอง โดยมีแนวทางหลักๆ ดังนี้:
- การบำบัดความคิดและพฤติกรรม: เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันความคิดตัวเอง เรียนรู้ที่จะจับความรู้สึกตึงเครียดก่อนที่มันจะระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรม และหาทางออกอื่นที่สร้างสรรค์กว่า
- การใช้ยาปรับสมดุลสารเคมีในสมอง: ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้กลุ่มยาต้านเศร้าหรือยาปรับอารมณ์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของแรงขับและความวิตกกังวลลง ทำให้ผู้ป่วยควบคุมตัวเองได้ง่ายขึ้น
- การปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัว: เช่น การจำกัดการเข้าถึงแหล่งอบายมุข การมีคนใกล้ชิดคอยช่วยเตือนสติในช่วงแรกของการรักษา
กำลังใจจากหมอ ถึงคนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้
ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในวังวนของการทำอะไรตามใจตัวเองจนพังพินาศ อย่าเพิ่งมองว่าตัวเองไร้ค่าหรือหมดหนทางครับ การยอมรับว่าเรากำลังป่วยและต้องการความช่วยเหลือ คือก้าวที่กล้าหาญที่สุดแล้ว การมาพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญไม่ได้แปลว่าเราบ้า แต่แปลว่าเรากำลังรักตัวเองมากพอที่จะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในสมอง เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและควบคุมชีวิตตัวเองได้อีกครั้ง