ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ตรวจพบว่าร่างกายติดเชื้อเอชไอวี หลายคนมักจะตกใจและกังวลกับอนาคตว่าสุขภาพจะทรุดลงไปแค่ไหน โดยเฉพาะคำถามที่คาใจว่าทำไมโรคถึงพัฒนาไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นระยะที่เราเรียกว่าโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในฐานะแพทย์ที่ดูแลคนไข้กลุ่มนี้มานาน วันนี้อยากจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงในร่างกายมันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

จุดเริ่มต้นเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย

ช่วงแรกหลังจากที่เชื้อเอชไอวีเข้าสู่กระแสเลือด มันไม่ได้นิ่งนอนใจแต่จะเริ่มปฏิบัติการทันที เป้าหมายหลักของมันคือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดซีดีโฟร์ ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนแม่ทัพคอยสั่งการระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมด ช่วงสัปดาห์แรกๆ คนไข้บางคนอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับผู้บุกรุก

ทำไมภูมิคุ้มกันถึงค่อยๆ ลดจำนวนลง

เมื่อเวลาผ่านไป เชื้อไวรัสจะเข้าไปฝังตัวและใช้เครื่องมือของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อผลิตสำเนาตัวเองออกมาเรื่อยๆ ในกระบวนการนี้ เซลล์เม็ดเลือดขาวของเราจะถูกทำลายทีละน้อย เปรียบเหมือนกองทัพที่ค่อยๆ เสียกำลังพลในสงครามยืดเยื้อ แม้ว่าร่างกายจะพยายามสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่ถ้าไม่มีตัวช่วยควบคุม ไวรัสก็จะมีจำนวนมากกว่าและค่อยๆ กัดเซาะความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันลงไปเรื่อยๆ

ช่วงเวลาเงียบงันที่ไม่มีอาการเตือนภัย

ระยะต่อมาคือช่วงที่หลายคนชะล่าใจ เพราะหลังจากผ่านอาการเริ่มแรกไปแล้ว ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะที่ดูเหมือนปกติ ไม่มีไข้ ไม่เหนื่อยง่าย คนไข้หลายคนจึงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้เลยว่าภายในร่างกายกำลังเกิดอะไรขึ้น ในทางการแพทย์เราเรียกช่วงเวลานี้ว่าระยะพักตัว ซึ่งอาจกินเวลายาวนานหลายปี โดยที่ปริมาณเม็ดเลือดขาวจะค่อยๆ ลดต่ำลงอย่างเงียบๆ

เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจนเกิดโรคแทรกซ้อน

เมื่อจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวลดลงจนถึงจุดวิกฤต ระบบภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บรอบตัวได้อีกต่อไป ตรงนี้เองที่คำว่ากลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อมเริ่มแสดงผลชัดเจน โรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เช่น เชื้อราในปาก วัณโรค หรือโรคผิวหนังบางชนิด ที่ปกติแล้วร่างกายคนเราจัดการได้ง่าย จะเริ่มเข้ามาโจมตีทำให้เกิดอาการป่วยเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือติดเชื้อรุนแรง

ทางออกและการดูแลตัวเองเพื่อหยุดยั้งความเสื่อม

ข่าวดีในยุคปัจจุบันคือเราไม่ได้ปล่อยให้โรคดำเนินไปตามธรรมชาติเหมือนในอดีตอีกแล้ว การกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลาเปรียบเสมือนการสร้างแนวป้องกันเหล็กกล้าที่ช่วยหยุดยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ทำให้ปริมาณไวรัสในเลือดลดลงจนตรวจไม่พบ และเปิดโอกาสให้เม็ดเลือดขาวได้ฟื้นฟูตัวเองกลับมาแข็งแรง การรู้ตัวเร็วและเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาวครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down