ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดเกม...ติดเน็ต...หรือแค่สนุก? มาไขข้อข้องใจกับ 'เกณฑ์วินิจฉัย' ที่พ่อแม่ควรรู้ตาม ICD-11

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยเห็นภาพลูกน้อยนั่งจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือนานหลายชั่วโมง จนบางครั้งแอบกังวลว่า “ลูกเราจะติดเกมหรือติดอินเทอร์เน็ตมากเกินไปหรือเปล่า?” “นี่เป็นแค่ความชอบ หรือเริ่มเข้าข่าย ‘โรค’ แล้ว?”

ในฐานะแพทย์ เราเข้าใจดีถึงความกังวลใจเหล่านี้ เพราะพฤติกรรมการเล่นเกมและใช้อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กและวัยรุ่นไปแล้ว แต่ในบางราย พฤติกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตและพัฒนาการ จนองค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้บรรจุ “โรคติดเกม (Gaming Disorder)” เข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการผิดปกติทางจิตเวชตามระบบการจัดจำแนกโรคระหว่างประเทศฉบับที่ 11 หรือ ICD-11 (International Classification of Diseases, 11th Edition) สิ่งนี้ย้ำเตือนเราว่า ภาวะนี้ไม่ใช่แค่การขาดความรับผิดชอบ แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลทำความเข้าใจอย่างจริงจัง

ICD-11 คืออะไร? และทำไมต้องรู้เกณฑ์นี้?

ICD-11 คือคู่มือมาตรฐานสากลที่ใช้ในการจัดจำแนกโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ ทั่วโลก คล้ายกับพจนานุกรมทางการแพทย์ฉบับใหญ่ที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถวินิจฉัยและสื่อสารเกี่ยวกับภาวะสุขภาพได้อย่างเป็นระบบและเข้าใจตรงกัน การที่ ICD-11 ได้เพิ่ม “Gaming Disorder” เข้ามา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยให้เรามีเครื่องมือที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ รวมถึงเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้ว “โรคติดเกม” และพฤติกรรมติดอินเทอร์เน็ตที่ควรเฝ้าระวัง ตามเกณฑ์ ICD-11 คืออะไร?

แม้ว่า ICD-11 จะระบุถึง “Gaming Disorder” เป็นหลัก แต่หลักการเดียวกันนี้สามารถนำมาปรับใช้เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน หัวใจสำคัญของเกณฑ์วินิจฉัยโรคติดเกมตาม ICD-11 ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้และสังเกต ดังนี้

1. การสูญเสียความสามารถในการควบคุม (Impaired Control)

ข้อนี้หมายถึงการที่เด็กหรือวัยรุ่นไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการเล่นเกมได้ ไม่ว่าจะในแง่ของ:

  • ความถี่: เล่นบ่อยครั้งมากจนแทบจะตลอดเวลาว่าง
  • ความเข้มข้น: หมกมุ่น จดจ่ออยู่กับการเล่นอย่างมาก
  • ระยะเวลา: เล่นนานเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ หรือนานเกินควรในแต่ละครั้ง
  • บริบท: เล่นในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น ในชั้นเรียน ระหว่างมื้ออาหาร หรือแม้กระทั่งเมื่อควรพักผ่อน
  • การยุติ: ยากที่จะหยุดเล่น หรือมีความหงุดหงิดเมื่อถูกให้หยุดเล่น
“ลูกบอกว่าจะเล่นแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ผ่านไปสามชั่วโมงก็ยังไม่ยอมเลิกเล่น หรือถึงแม้จะตั้งใจว่าจะไม่เล่นแล้ว ก็ยังอดใจไม่ไหวต้องกลับไปเล่นอีก” นี่คือตัวอย่างของการสูญเสียการควบคุมที่ชัดเจน

2. การให้ความสำคัญกับการเล่นเกมเป็นอันดับแรก (Increased Priority)

เด็กหรือวัยรุ่นจะเริ่มให้ความสำคัญกับการเล่นเกมหรือการใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่ากิจกรรมอื่นๆ ที่เคยชื่นชอบ หรือกิจกรรมที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น:

  • เลิกสนใจงานอดิเรกที่เคยชอบ เช่น การอ่านหนังสือ เล่นกีฬา ดนตรี
  • ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมกับเพื่อนหรือครอบครัว
  • ละเลยการเรียน การบ้าน หรือหน้าที่ความรับผิดชอบในบ้าน
  • บางครั้งถึงขั้นยอมอดนอน อดอาหาร เพื่อที่จะได้เล่นเกมต่อไป
“การเรียนตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเอาเวลาทำการบ้านไปเล่นเกมทั้งหมด หรือเลือกที่จะนั่งเล่นเกมคนเดียว มากกว่าออกไปเล่นกับเพื่อนๆ หรือร่วมกิจกรรมของครอบครัว” นี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการจัดลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไป

3. เล่นเกมอย่างต่อเนื่องแม้จะเกิดผลเสียตามมา (Continuation or Escalation Despite Negative Consequences)

แม้ว่าการเล่นเกมหรือใช้อินเทอร์เน็ตจะเริ่มส่งผลกระทบในด้านลบต่อตนเองหรือคนรอบข้างแล้ว แต่เด็กหรือวัยรุ่นก็ยังคงเล่นต่อไป หรือเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ผลเสียเหล่านี้อาจรวมถึง:

  • ด้านสุขภาพกาย: อ่อนเพลีย สายตาเสีย ปวดหัวเรื้อรัง พฤติกรรมการกินและนอนผิดปกติ
  • ด้านสุขภาพจิต: หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ซึมเศร้าเมื่อไม่ได้เล่น
  • ด้านสัมพันธภาพ: มีปัญหากับพ่อแม่ ครู หรือเพื่อน เนื่องจากถูกตำหนิเรื่องการเล่น หรือขาดการปฏิสัมพันธ์
  • ด้านการเรียน/การทำงาน: ผลการเรียนตกต่ำ ขาดเรียนบ่อย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
“คุณหมอครับ/ค่ะ ลูกผม/ดิฉันโดนคุณครูเรียกพบเรื่องผลการเรียนตกต่ำมาก แต่พอกลับถึงบ้านก็ยังเห็นเขาเล่นเกมเหมือนเดิม ไม่ได้สนใจเรื่องที่ถูกตักเตือนเลย” นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าพฤติกรรมนี้เริ่มส่งผลกระทบอย่างจริงจังแล้ว

ระยะเวลาของพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง

ตามเกณฑ์ของ ICD-11 พฤติกรรมทั้งสามข้อข้างต้นจะต้องปรากฏอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน เพื่อประกอบการวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม หากอาการมีความรุนแรงมาก และครบตามเกณฑ์การวินิจฉัย แพทย์อาจพิจารณาวินิจฉัยได้เร็วกว่านั้น

หากสงสัยว่าลูกเข้าข่าย “โรคติดเกม/อินเทอร์เน็ต” ควรทำอย่างไร?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าตื่นตระหนก แต่ให้สังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจ และพยายามพูดคุยกับลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช่การตำหนิหรือห้ามปรามโดยทันที หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าพฤติกรรมของลูกเริ่มเข้าข่ายเกณฑ์ที่กล่าวมา และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ควรทำคือ:

  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การพบกุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือนักจิตวิทยา จะช่วยให้ได้รับการประเมินที่ถูกต้องและวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสม
  2. ร่วมมือกับโรงเรียน: พูดคุยกับคุณครูเพื่อสังเกตพฤติกรรมของลูกที่โรงเรียน และทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา
  3. สร้างบรรยากาศเชิงบวกในบ้าน: สนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมอื่นที่มีประโยชน์ ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนฝูงในโลกแห่งความเป็นจริง
  4. เป็นแบบอย่างที่ดี: คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรจำกัดเวลาการใช้หน้าจอของตนเอง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก

สรุป

“โรคติดเกม” และปัญหาการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่เหมาะสม เป็นภาวะที่ซับซ้อนและมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง การทำความเข้าใจเกณฑ์การวินิจฉัยตาม ICD-11 จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้อย่างทันท่วงที การไม่มองข้ามสัญญาณเหล่านี้ และการพาเด็กเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันผลกระทบระยะยาว และนำพาพวกเขากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมดุลอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down