ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกวัยรุ่นเริ่มไม่อยากเจอใคร อาการแบบนี้แค่เขินอายหรือกำลังป่วยอยู่?

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตเห็นว่าลูกวัยรุ่นเริ่มเก็บตัวอยู่ในห้องนานขึ้น เลี่ยงการไปเจอญาติผู้ใหญ่ หรือบ่ายเบี่ยงไม่อยากไปโรงเรียน หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นที่กำลังค้นหาตัวเอง แต่อยากให้ลองสังเกตให้ลึกลงไปอีกนิด เพราะบางครั้งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความเขินอายธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะวิตกกังวลต่อการเข้าสังคมในวัยรุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและต้องการความเข้าใจจากคนรอบข้างอย่างมาก

ภาวะวิตกกังวลต่อการเข้าสังคมในวัยรุ่น คืออะไร ทำไมถึงไม่ใช่แค่ความกลัวธรรมดา?

ในทางการแพทย์ ภาวะวิตกกังวลต่อการเข้าสังคมในวัยรุ่น (Social Anxiety Disorder) ไม่ใช่แค่การเป็นคนขี้อาย แต่คือความกลัวอย่างรุนแรงเมื่อต้องตกเป็นเป้าสายตา กลัวการถูกตัดสิน นินทา หรือทำอะไรน่าอับายต่อหน้าคนอื่น ความกลัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในใจ แต่แสดงออกมาทางร่างกายจริงๆ เช่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อออกมือ ตัวสั่น หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อต้องเดินเข้าไปในกลุ่มเพื่อนหรือห้องเรียน ทำให้เด็กเลือกที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้นไปเลย

สัญญาณเตือนภัยที่หมออยากให้คุณพ่อคุณสังเกตจากลูก

วัยรุ่นมักจะไม่ค่อยเดินมาบอกตรงๆ ว่าตัวเองเครียดหรือกังวลเรื่องอะไร เราจึงต้องคอยสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการเข้าสังคมแบบสุดโต่ง: ปฏิเสธกิจกรรมกลุ่ม งานโรงเรียน หรือแม้แต่การไปกินข้าวกับครอบครัวนอกบ้าน
  • อาการทางกายก่อนเจอคน: บ่นปวดท้อง คลื่นไส้ หรือปวดหัวทุกครั้งที่รู้ว่าต้องไปโรงเรียนหรือเจอผู้คน
  • กลัวการทำผิดพลาด: ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าพรีเซนต์งานหน้าห้อง เพราะกลัวเพื่อนหัวเราะเยาะ
  • หมกมุ่นกับตัวเอง: ใช้เวลาอยู่แต่หน้าจอโทรศัพท์หรือในห้องส่วนตัวเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก

เมื่อความกังวลเล็กๆ เริ่มกัดกินอนาคตและความสุขของลูก

ถ้าปล่อยให้ภาวะนี้ดำเนินไปโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือ ความวิตกกังวลจะเริ่มจำกัดกรอบชีวิตของเด็กให้แคบลงเรื่อยๆ ผลการเรียนอาจตกลงเพราะไม่อยากไปโรงเรียน ขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะชีวิต และที่น่าเป็นห่วงคืออาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า การใช้สารเสพติด หรือมีความคิดทำร้ายตัวเองเพื่อหนีความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านี้

วิธีช่วยลูกก้าวผ่านความกลัวและเปิดใจรับความช่วยเหลือจากหมอ

สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ดีที่สุดคือการรับฟังโดยไม่ตัดสิน เลิกมองว่าลูกอ่อนแอหรือคิดมากไปเอง แต่ให้ยอมรับว่าความรู้สึกกลัวของเขานั้นเป็นเรื่องจริงในมุมมองของเขา จากนั้นการพามาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นหรือนักจิตวิทยาถือเป็นทางออกที่ตรงจุดที่สุด

การรักษามักจะเริ่มจากการพูดคุยปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีรับมือกับความกลัว ฝึกการผ่อนคลาย และในบางเคสที่มีอาการรุนแรง คุณหมออาจพิจารณาใช้ยาร่วมด้วยในช่วงสั้นๆ เพื่อช่วยปรับสารเคมีในสมองให้เขากลับมามีชีวิตที่ปกติสุขได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down