ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วันก่อนหมอมีโอกาสได้ตรวจคนไข้รายหนึ่งที่มาด้วยอาการปัสสาวะแสบขัด มีฟองอากาศออกมาปนอย่างน่าประหลาดใจ พร้อมกับมีไข้ต่ำๆ และปวดท้องเป็นๆ หายๆ มาหลายสัปดาห์ หลังจากส่งตรวจเพิ่มเติมจึงพบว่า ลำไส้ใหญ่กับกระเพาะปัสสาวะของคนไข้เกิดมีทางเชื่อมถึงกันโดยไม่ตั้งใจ อาการลักษณะนี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า ภาวะรูทะลุหรือทางเชื่อมระหว่างอวัยวะ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้คนไข้และครอบครัวไม่น้อย

รู้จักภาวะรูทะลุหรือทางเชื่อมระหว่างอวัยวะ: ร่างกายสร้างทางลัดผิดปกติได้อย่างไร?

ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ลองนึกภาพว่าอวัยวะภายในร่างกายเหมือนห้องต่างๆ ที่ถูกกั้นไว้ด้วยผนังเนื้อเยื่ออย่างเป็นระเบียบ กระเพาะอาหาร ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือช่องคลอด ต่างทำงานในหน้าที่ของตัวเองโดยไม่ปะปนกัน

แต่เมื่อเกิด ภาวะรูทะลุหรือทางเชื่อมระหว่าง อวัยวะ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Fistula (ทางเชื่อมผิดปกติ) หรือ Perforation (รูทะลุ) จะเปรียบเสมือนผนังห้องเกิดรอยรั่วหรือถูกเจาะอุโมงค์เชื่อมเข้าหากัน ส่งผลให้ของเหลว น้ำย่อย หรือของเสียจากอวัยวะหนึ่ง ไหลข้ามไปอีกอวัยวะหนึ่งได้ เช่น อุจจาระจากลำไส้รั่วเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ หรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารรั่วออกสู่ช่องท้อง

ทำไมอวัยวะถึงทะลุหรือต่อถึงกันได้? เช็กสาเหตุที่เจอบ่อยในห้องตรวจ

การที่เนื้อเยื่อแข็งแรงจะทะลุหรือเกิดทางเชื่อมถึงกันได้นั้น มักมีต้นเหตุมาจากความผิดปกติเรื้อรังที่กัดเซาะผนังอวัยวะ ได้แก่

  • การอักเสบเรื้อรัง: โรคในกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือภาวะถุงผนังลำไส้อักเสบ การอักเสบที่รุนแรงและต่อเนื่องจะทำให้เนื้อเยื่อเปื่อยและเกิดการกัดเซาะจนทะลุไปติดกับอวัยวะใกล้เคียง
  • การติดเชื้อและการเป็นฝี: เมื่อเกิดฝีหนองในชั้นลึก ร่างกายจะพยายามขับหนองออก กัดเซาะเนื้อเยื่อรอบข้างจนกลายเป็นโพรงทางเชื่อม เช่น ฝีคั่งค้างบริเวณรอบทวารหนัก
  • ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดหรือการรักษา: การผ่าตัดใหญ่ในช่องท้องหรืออุ้งเชิงโครง รวมถึงการรับการฉายรังสีรักษา อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบางจุดลดลง จนเนื้อเยื่อบางลงและเกิดรูทะลุในภายหลัง
  • ก้อนเนื้อหรือมะเร็ง: ก้อนเนื้อร้ายที่เจริญเติบโตลุกลามแทรกซึมผ่านผนังอวัยวะหนึ่งไปยังอีกอวัยวะหนึ่ง

สังเกตสัญญาณเตือน: อาการแบบไหนบอกว่าอวัยวะกำลังมีทางเชื่อมผิดปกติ

สัญญาณเตือนจะขึ้นอยู่กับว่าทางเชื่อมหรือรูทะลือนั้นเกิดขึ้นระหว่างอวัยวะคู่ไหน โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

ทางเชื่อมระหว่างลำไส้กับกระเพาะปัสสาวะ

คนไข้จะรู้สึกว่าปัสสาวะแสบขัด มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก มีฟองอากาศหรือเศษอุจจาระปะปนออกมากับปัสสาวะ

ทางเชื่อมบริเวณช่องทวารหนัก

มักมีหนองหรือของเหลวปนเลือดไหลซึมออกจากรูเล็กๆ บริเวณผิวหนังรอบรูทวารหนัก มีอาการปวดตึง นั่งลำบาก และอาจมีไข้

ภาวะรูทะลุในช่องท้อง

หากอวัยวะในช่องท้องเกิดทะลุขึ้นมาทันที น้ำย่อยหรืออุจจาระจะรั่วเข้าช่องท้อง ทำให้ปวดท้องรุนแรงทันที หน้าท้องแข็งเกร็ง มีไข้สูง หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที

หมอตรวจและวินิจฉัยภาวะนี้อย่างไรบ้าง?

เนื่องจากรอยรั่วหรือทางเชื่อมบางจุดอาจมีขนาดเล็กมาก การวินิจฉัยจึงต้องใช้วิธีที่แม่นยำ

  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI: ช่วยให้เห็นภาพช่องท้องและอุ้งเชิงเชิงตรอกอย่างละเอียด สามารถมองเห็นทางเชื่อมและตำแหน่งรูทะลุได้ชัดเจน
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้หรือกระเพาะอาหาร: เพื่อค้นหารูเปิดที่เกิดขึ้นภายในผนังอวัยวะ
  • การฉีดสารทึบแสง: ช่วยติดตามการไหลของของเหลวว่ามีการรั่วซึมข้ามไปอีกอวัยวะหรือไม่

วิธีรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดทุกรายไหม?

การรักษาไม่ได้จบลงด้วยการผ่าตัดใหญ่เสมอไป แพทย์จะพิจารณาจากขนาด ตำแหน่ง และความรุนแรงของอาการเป็นหลัก

หากรูทะลุมีขนาดเล็กมาก และไม่มีการติดเชื้อรุนแรง อาจใช้การรักษาแบบประคับประคอง เช่น ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ งดอาหารทางปากเพื่อให้ลำไส้ได้พัก และให้สารอาหารทางหลอดเลือด เพื่อเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อสมานตัวเอง

แต่หากเป็น ภาวะรูทะลุหรือทางเชื่อมระหว่าง อวัยวะที่มีขนาดใหญ่ มีของเสียรั่วไหลต่อเนื่อง หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกหลักเพื่อเข้าไปปิดรอยรั่ว ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ หรือจัดเปลี่ยนทางเดินของเสียให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับภาวะนี้

หากได้รับการวินิจฉัยภาวะนี้ สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • ดูแลความสะอาด: หากมีแผลหรือทางเชื่อมเปิดออกสู่ผิวหนังภายนอก ต้องทำความสะอาดและซับให้แห้งอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ใส่ใจเรื่องโภชนาการ: รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีโปรตีนเพียงพอเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • สังเกตสัญญาณอันตราย: หากมีอาการไข้สูง ปวดท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีของเหลวกลิ่นผิดปกติไหลออกมาเพิ่มขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down