น้ำไขสันหลังคืออะไร และทำไมคุณหมอถึงต้องขอเจาะตรวจ?
เวลาที่คนไข้มาด้วยอาการปวดหัวรุนแรง ไข้สูงร่วมกับคอแข็ง หรือมีอาการอ่อนแรงที่หาสาเหตุไม่ได้ หมอมักจะชวนคุยเรื่องการตรวจที่หลายคนพอได้ยินชื่อแล้วกังวลใจ นั่นก็คือการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง หลายคนรีบส่ายหัวเพราะกลัวอัมพาต กลัวเจ็บหลัง หรือกลัวผลข้างเคียงต่างๆ นานา
ความจริงแล้ว น้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid - CSF) เป็นของเหลวใสๆ ที่ไหลเวียนอยู่รอบสมองและไขสันหลัง ทำหน้าที่เหมือนเบาะกันกระแทกและหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาท การที่เราต้องนำของเหลวนี้ออกมาตรวจ ก็เพื่อให้รู้ว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นในระบบประสาทส่วนกลางหรือไม่ เช่น มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองบางชนิด ซึ่งการตรวจเลือดทั่วไปไม่สามารถบอกรายละเอียดเหล่านี้ได้ชัดเจนเท่า
เตรียมตัวอย่างไรก่อนมานอนให้หมอเจาะหลัง?
เมื่อตัดสินใจตรวจแล้ว หมอและทีมพยาบาลจะอธิบายขั้นตอนให้ฟังอย่างละเอียดเพื่อให้คลายความกังวล การเตรียมตัวไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด สิ่งที่คนไข้ต้องทำหลักๆ มีดังนี้
- แจ้งประวัติการใช้ยา: โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด หรือยาสลายลิ่มเลือด เพราะมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เกิดเลือดคั่งหลังเจาะได้
- แจ้งประวัติการแพ้ยา: โดยเฉพาะยาชาเฉพาะที่ที่จะใช้ฉีดก่อนลงเข็ม
- เซ็นใบยินยอม: เนื่องจากเป็นการหัตถการที่มีความเสี่ยงเฉพาะตัวเล็กน้อย แพทย์จะอธิบายประโยชน์และความเสี่ยงให้ฟังก่อน
- ไม่ต้องอดอาหาร: ยกเว้นในกรณีที่ต้องทำหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย
ขั้นตอนการตรวจจริง เจ็บมากไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?
ขั้นตอนการทำหัตถการนี้ใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 30 นาทีเท่านั้น โดยหมอจะมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
- ให้คนไข้นอนตะแคงซองขดตัวให้มากที่สุด หรือที่เรียกว่าท่ากุ้ง เพื่อให้ช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังกว้างขึ้น ช่วยให้เข็มผ่านเข้าไปได้ง่ายและเจ็บน้อยที่สุด
- ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณหลังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนังและกล้ามเนื้อชั้นตื้น ช่วงนี้จะรู้สึกแสบจี๊ดๆ แค่แป๊บเดียว หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว จะรู้สึกแค่แรงกดหรือความรู้สึกหน่วงๆ เท่านั้น
- แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษสอดผ่านช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังเข้าไปยังโพรงเยื่อหุ้มไขสันหลังเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลังออกมาในปริมาณเพียงเล็กน้อย
- เมื่อได้น้ำไขสันหลังตามต้องการแล้ว จะถอดเข็มออกและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
หลังเจาะตรวจเสร็จแล้ว ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง?
ความกังวลที่พบบ่อยที่สุดหลังเจาะตรวจคืออาการปวดหัว ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของความดันน้ำไขสันหลังชั่วคราว เพื่อป้องกันอาการนี้ หมอจะมีคำแนะนำพิเศษให้ปฏิบัติ
ท่านอนราบสำคัญแค่ไหน?
หลังทำเสร็จ แพทย์มักจะแนะนำให้นอนราบไปกับเตียงโดยไม่ต้องหนุนหมอนสูง เป็นเวลาประมาณ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เพื่อให้รอยเจาะที่เยื่อหุ้มไขสันหลังสมานตัวได้ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสการเกิดอาการปวดศีรษะหลังเจาะตรวจ (Post-dural puncture headache) หากมีอาการปวดหัว มักจะบรรเทาได้ด้วยการดื่มน้ำมากๆ และนอนพักผ่อน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน
อาการแบบไหนหลังเจาะตรวจ ที่ต้องรีบมาหาหมอทันที?
แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะน้ำไขสันหลังจะพบได้น้อยมาก เช่น การติดเชื้อบริเวณที่เจาะ หรือมีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มไขสันหลัง แต่คนไข้ควรสังเกตอาการผิดปกติและรีบกลับมาพบแพทย์หากมีอาการเหล่านี้
- ปวดศีรษะรุนแรงมากจนนอนราบไม่ได้ หรือปวดต่อเนื่องเกิน 3-5 วันแล้วไม่ดีขึ้น
- มีไข้หนสั่น หรือรู้สึกเจ็บปวด บวม แดง บริเวณแผลที่เจาะหลัง
- มีน้ำใสๆ หรือเลือดไหลซึมไม่หยุดจากแผลที่เจาะ
- มีอาการชา อ่อนแรงที่ขา หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
การเจาะตรวจน้ำไขสันหลังอาจฟังดูน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตและวินิจฉัยโรคทางสมองและไขสันหลังได้อย่างแม่นยำ หากมีข้อสงสัยหรือความกังวลใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและคลายความกังวลก่อนเข้ารับการตรวจ