เพิ่งกินกุ้งหรือปูไปทำไมตัวแดง ตาบวม หายใจไม่ออก อาหารเป็นพิษหรือแพ้อาหารทะเลกันแน่
เวลาที่นั่งกินมื้ออร่อยกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แล้วจู่ๆ เกิดอาการคันตามตัว ปากบวม ตาบวม หรือมีผื่นลมพิษเห่อขึ้นมาหลังกินกุ้ง หอย ปู หรือปลาหมึกเข้าไป หลายคนมักจะสับสนระหว่างอาการอาหารเป็นพิษกับการแพ้อหารทะเลจริงๆ ความจริงแล้วสองอย่างนี้มีความต่างกันพอสมควร อาหารเป็นพิษเกิดจากการกินอาหารที่มีเชื้อโรคหรือสารพิษปนเปื้อน ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นการแพ้อาหารทะเล ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราดันมองว่าโปรตีนในสัตว์ทะเลเหล่านั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมอันตราย จึงปล่อยสารเคมีอย่างฮีสตามีนออกมาสู้ ทำให้เกิดอาการทางผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิตอย่างรวดเร็ว
เช็กอาการด่วน อาหารทะเลแบบไหนที่แปลว่าร่างกายกำลังประท้วง
อาการของการแพ้อาหารทะเลสามารถแสดงออกได้หลายระดับ ตั้งแต่น้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยมักจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหรืออาจจะช้าสุดไม่เกินสองชั่วโมงหลังกินเข้าไป
- อาการทางผิวหนัง: มีผื่นลมพิษขึ้นตามตัว คันยิบๆ ตามผิวหนัง หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือเปลือกตาบวมฉั่ง
- อาการทางเดินหายใจ: แน่นจมูก หายใจมีเสียงหวีด หายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้องบิด คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอย่างกะทันหัน
- อาการรุนแรงอันตราย (Anaphylaxis): เวียนหัวหน้ามืด ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ชีพจรเต้นเร็วและเบา รู้สึกเหมือนกำลังจะหมดสติ ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
แพ้กุ้งแล้วจะแพ้ปลาด้วยไหม ทำความเข้าใจภูมิคุ้มกันเจ้าปัญหา
หลายคนสงสัยว่าถ้าแพ้กุ้งแล้ว จะกินปลาหรือปลาหมึกได้อีกไหม ในความเป็นจริง สัตว์ทะเลแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ สัตว์จำพวกครัสเตเชียนหรือสัตว์มีเปลือก เช่น กุ้ง ปู กั้ง และสัตว์จำพวกมอลลัสก์ เช่น หอย หมึก รวมถึงกลุ่มปลาต่างๆ โปรตีนที่เป็นตัวกระตุ้นการแพ้ในสัตว์แต่ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะตัว คนส่วนใหญ่ที่แพ้มักจะแพ้โปรตีนที่ชื่อว่า ทรโปไมโอซิน (Tropomyosin) ซึ่งมีอยู่มากในกุ้ง ปู และหมึก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะแพ้ข้ามกลุ่มกันได้ในกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ในส่วนของปลานั้นจะมีโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง ดังนั้น บางคนอาจจะแพ้กุ้งแต่ยังพอกินปลาบางชนิดได้ แต่ทางที่ดีหากเคยแพ้รุนแรงควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภูมิแพ้ให้แน่ชัดก่อน
วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อเผลอกินอาหารทะเลเข้าไปแล้วเริ่มมีอาการ
หากรู้ตัวว่าเผลอกินเข้าไปแล้วเริ่มมีอาการคันยิบๆ หรือมีผื่นขึ้นเล็กน้อย สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดกินทันที ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยขับสารพิษ และสามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ดังนี้
- กินยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamine เพื่อช่วยลดอาการคันและลดผื่นลมพิษ
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ถึง 4 ชั่วโมง ว่าหายใจโล่งดีหรือไม่
- หลีกเลี่ยงการแกะเกาบริเวณที่คัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังอักเสบติดเชื้อซ้ำซ้อน
อาการแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลทันที
อย่าชะล่าใจเด็ดขาดหากพบว่าอาการแพ้ลุกลามอย่างรวดเร็ว รีบโทรเรียกรถพยาบาลหรือพาไปส่งห้องฉุกเฉินทันทีหากมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้
- หายใจลำบาก หายใจไม่ออก หรือมีเสียงดังหวีดในลำคอ
- รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกแน่นอยู่ในคอ กลืนน้ำลายลำบาก
- วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือความดันตก
- หมดสติหรือไม่รู้สึกตัว
ตรวจให้ชัวร์เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
สำหรับคนที่เคยมีประวัติแพ้รุนแรงหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองแพ้อะไรกันแน่ การไปพบแพทย์เพื่อตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Test) หรือการเจาะเลือดตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะต่ออาหาร (Specific IgE) จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงตัวการได้อย่างแม่นยำ และที่สำคัญสำหรับคนที่มีอาการแพ้รุนแรง แพทย์อาจจะพิจารณาจ่ายยาฉีดอะดรีนาลีนพกพา (Epinephrine auto-injector) ไว้ให้ใช้ยามฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้ชีวิตประจำวัน