ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง 'พยาธิใบไม้ในตับ' มาบ้างใช่ไหม โดยเฉพาะคนที่ชอบกินปลาดิบ หรืออาหารที่ปรุงไม่สุก หลายครั้งที่เรากินเข้าไปแล้วก็กังวลว่า เอ๊ะ! เราจะติดพยาธิพวกนี้หรือเปล่า แล้วมันติดต่อกันได้ยังไงนะ?

ในฐานะหมอ ผมเข้าใจดีว่าเรื่องพยาธิอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าเราเข้าใจวงจรชีวิตและการติดต่อของมัน เราก็จะสามารถป้องกันตัวเองและคนที่เรารักได้ไม่ยากเลย วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเจ้าพยาธิใบไม้ในตับตัวนี้มันเดินทางมาถึงร่างกายคนเราได้อย่างไรบ้าง

พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร? รู้จักภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในอาหารบางชนิด

พยาธิใบไม้ในตับ หรือที่เรียกกันว่า Liver Fluke เป็นปรสิตตัวเล็กๆ ที่มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ มันชอบไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีและถุงน้ำดีของคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด เช่น สุนัข แมว หรือหมู พยาธิชนิดนี้มีหลายสายพันธุ์ แต่ในประเทศไทย สายพันธุ์ที่เราพบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาต่อสุขภาพของคนเราคือ พยาธิใบไม้ในตับชนิดโอปิสธอร์คิส วีเวอร์รินี (Opisthorchis viverrini) ซึ่งมักพบได้ในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อพยาธิเหล่านี้อาศัยอยู่ในร่างกายเรานานๆ มันสามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดนิ่วในท่อน้ำดีและที่อันตรายที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งที่ร้ายแรงและพบบ่อยในบางพื้นที่ของประเทศไทย

เส้นทางของพยาธิใบไม้ในตับ: วงจรชีวิตสุดซับซ้อนกว่าจะมาถึงคน

เจ้าพยาธิใบไม้ในตับไม่ได้กระโดดจากปลามาเข้าตัวเราโดยตรงนะ มันมีเส้นทางการเดินทางที่ซับซ้อนและต้องอาศัย "พาหะ" หรือตัวกลางหลายด่านเลยทีเดียว มาดูกันทีละขั้น

จุดเริ่มต้น: ไข่พยาธิออกมาจากร่างกายคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ

เมื่อคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับขับถ่ายออกมา ไข่พยาธิที่อยู่ภายในอุจจาระก็จะปะปนลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หรือหนองบึง ไข่พยาธิเหล่านี้มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แวะพักที่แรก: น้องหอยคือนายด่านคนแรกของพยาธิ

หลังจากที่ไข่พยาธิลงไปในน้ำแล้ว ถ้าไข่เหล่านั้นถูกกินเข้าไปโดย "หอยน้ำจืด" บางชนิด โดยเฉพาะหอยชนิด Bithynia ไข่พยาธิก็จะฟักตัวและเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนในตัวหอย ตัวหอยจึงเปรียบเสมือนด่านแรกที่พยาธิต้องผ่าน

แวะพักที่สอง: เจ้าปลาน้ำจืดคือพาหะชั้นดี

เมื่อตัวอ่อนพยาธิพัฒนาจนเต็มที่ในตัวหอยแล้ว มันก็จะออกจากตัวหอยมาว่ายอยู่ในน้ำ รอโอกาสที่จะเจาะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้อของ "ปลาน้ำจืด" โดยเฉพาะปลาในตระกูลปลาตะเพียน เช่น ปลาขาว ปลาซิว ปลาสร้อย ตัวอ่อนพยาธิจะไปอยู่ในกล้ามเนื้อของปลาในรูปของถุงหุ้มตัวอ่อน หรือที่เรียกว่า เมตาเซอร์คาเรีย (Metacercaria)

นี่แหละคือจุดสำคัญ เพราะเจ้าเมตาเซอร์คาเรียนี่เองคือระยะที่สามารถติดต่อสู่คนได้

มาถึงคน: กินปลาไม่สุก เสี่ยงรับพยาธิเข้าเต็มๆ

คราวนี้ก็มาถึงคิวของคนเราแล้ว เมื่อเรากินปลาน้ำจืดที่มีตัวอ่อนเมตาเซอร์คาเรียอยู่ โดยที่ปลาเหล่านั้นไม่ได้ถูกปรุงสุกด้วยความร้อนที่เพียงพอ เช่น ในเมนูปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ ลาบปลาดิบ ก้อยปลา หรือแม้แต่ปลาที่แค่ย่างไฟอ่อนๆ ตัวอ่อนพยาธิก็จะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารของเรา

เมื่อถึงลำไส้เล็ก ตัวอ่อนพยาธิก็จะหลุดออกจากถุงหุ้มตัวอ่อน แล้วเดินทางขึ้นไปตามท่อน้ำดีจนไปถึงตับ และเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยพร้อมที่จะวางไข่ต่อไปในร่างกายของเรา

อาการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ

ในช่วงแรกที่ติดเชื้อ บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ ซึ่งอาจจะดูเหมือนอาการทางเดินอาหารทั่วไปจนหลายคนละเลย

แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน พยาธิจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น

  • ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง และอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เมื่อท่อน้ำดีอุดตัน
  • นิ่วในท่อน้ำดี
  • ถุงน้ำดีอักเสบ
  • และที่สำคัญที่สุดคือ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

ปกป้องตัวเองและคนที่คุณรักจากพยาธิใบไม้ในตับ: ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

การป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและสุขอนามัย

  • ปรุงอาหารให้สุกเสมอ: นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ โดยเฉพาะปลาน้ำจืดทุกชนิด ควรนำมาปรุงสุกด้วยความร้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นต้ม นึ่ง ย่าง ทอด หรืออบ ให้เนื้อปลาสุกทั่วถึงกัน
  • หลีกเลี่ยงการกินปลาดิบหรือปลาที่ปรุงไม่สุก: เมนูยอดนิยมอย่างปลาร้าดิบ ลาบปลาดิบ ก้อยปลาดิบ ส้มตำปูปลาร้าที่ใช้ปลาร้าดิบ ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด หากจะกินปลาร้า ควรเลือกซื้อปลาร้าที่ผ่านกระบวนการหมักและต้มสุกแล้วเท่านั้น
  • ระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำเสมอ
  • การจัดการสุขาภิบาลที่ดี: ควรถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

สงสัยว่าติดพยาธิ? ควรทำอย่างไรและเมื่อไหร่ที่ต้องปรึกษาหมอ?

ถ้าคุณมีความเสี่ยงในการกินอาหารที่อาจมีพยาธิ หรือมีอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

การตรวจวินิจฉัยทำได้ง่ายๆ โดยการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ หรืออาจมีการตรวจเลือดและภาพถ่ายทางรังสีเพิ่มเติมในบางกรณี หากพบว่าติดเชื้อ คุณหมอจะให้ยาถ่ายพยาธิเพื่อกำจัดพยาธิออกไปจากร่างกาย การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้มาก

จำไว้เสมอว่า "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" เป็นหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ รวมถึงเจ้าพยาธิใบไม้ในตับด้วย ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีเสมอ แล้วเราจะห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ