ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมโรคบางชนิดถึงลุกลามและสร้างปัญหามากกว่าที่คิด

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลว่าทำไมโรคที่เป็นอยู่ถึงดูเหมือนจะซับซ้อนขึ้น หรือทำไมอาการถึงไม่ได้จบลงที่จุดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว คำถามเหล่านี้นำไปสู่เรื่องราวของ ภาวะแทรกซ้อนและการแพร่กระจายของโรค ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามสื่อสารว่าเชื้อโรคหรือความผิดปกติกำลังรับมือได้ยากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนคืออะไร และเกิดขึ้นตอนไหน

เมื่อพูดถึงภาวะแทรกซ้อน หมออยากให้ลองนึกภาพว่าร่างกายเราคือบ้านหนึ่งหลัง เมื่อมีผู้บุกรุกอย่างเชื้อโรคเข้ามา แล้วการป้องกันด่านแรกพังทลายลง เชื้อโรคเหล่านั้นอาจจะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างส่วนอื่นหรือระบบอื่นของบ้านตามมา นี่คือภาวะแทรกซ้อนที่ไม่ใช่โรคหลัก แต่เป็นผลพวงที่เกิดจากโรคหลักที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หรือร่างกายสูญเสียสมดุลไปแล้ว เช่น ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานแล้วดูแลระดับน้ำตาลไม่ดี ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างแผลเรื้อรังที่เท้าหรือปัญหาเกี่ยวกับไตตามมาได้

เส้นทางของเชื้อโรค เมื่อการติดเชื้อเริ่มเดินทางไปทั่วร่าง

การแพร่กระจายของโรคไม่ได้หมายถึงแค่การติดเชื้อจากคนสู่คนเท่านั้น แต่ในมุมมองของแพทย์ หมายถึงการที่เชื้อโรคเดินทางจากจุดเริ่มต้นลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น ระบบเลือด หรือระบบน้ำเหลือง หากเชื้อโรคหลุดเข้าไปในกระแสเลือด เราเรียกว่าภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก เพราะร่างกายจะตอบสนองต่อการติดเชื้อรุนแรงเกินไปจนอาจนำไปสู่ภาวะช็อกได้

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าเริ่มควบคุมไม่ได้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโรคกำลังลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคืออาการที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น

  • มีไข้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากอาการป่วยดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว
  • อาการปวด บวม หรือแดงบริเวณแผลขยายวงกว้างขึ้น
  • มีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง หรือซึมลงกว่าปกติ
  • การทำงานของอวัยวะเริ่มผิดปกติ เช่น ปัสสาวะน้อยลง หายใจหอบเหนื่อย หรือสับสนมึนงง

วิธีป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนเกินเยียวยา

การป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการแพร่กระจายของโรคทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยวินัยและการสังเกต สิ่งที่หมอย้ำเสมอคือการทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง แม้อาการจะดูดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะเชื้อโรคอาจยังหลงเหลืออยู่และพร้อมจะกลับมาลุกลามหากเราหยุดยาเร็วเกินไป นอกจากนี้ การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น การล้างมือบ่อยๆ และการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมีกำลังพอที่จะสกัดกั้นเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้

เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกสังเกตอาการเองแล้วรีบไปพบแพทย์

หากอาการเดิมไม่ตอบสนองต่อการรักษาภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการใหม่แทรกซ้อนขึ้นมาจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนรอให้ถึงวันนัด การมาพบแพทย์เร็วขึ้นจะช่วยให้เราสามารถควบคุมเชื้อโรคหรือจัดการภาวะแทรกซ้อนได้ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย ซึ่งประหยัดเวลาและลดความเจ็บปวดลงได้มากกว่ามาก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down