ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือคนในครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวและทำให้คนดูแลใจหายวาบอยู่บ่อยๆ คือจังหวะที่ผู้ป่วยสำลักเสมหะเหนียวข้นจนหายใจไม่ออก หน้าเขียว ตัวเกร็ง อาการแบบนี้เกิดขึ้นเร็วมากและเสอันตรายถึงชีวิตหากเรามัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก วันนี้ผมอยากมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า ในฐานะคนดูแล เราควรมีสติและมีแนวทางการปฏิบัติเมื่อผู้ป่วยสำลักอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยชีวิตคนที่เรารักได้อย่างทันท่วงที

ทำไมจังหวะเสมหะติดคอถึงอันตรายและทำให้ขาดอากาศหายใจได้เร็วขนาดนี้

หลายคนอาจสงสัยว่าเสมหะแค่นิดเดียวทำไมถึงปิดกั้นทางเดินหายใจได้สนิท ลองนึกภาพตามนะครับว่า ในภาวะปกติร่างกายคนเราจะมีกลไกการไอเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกอัตโนมัติ แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง แรงไอจะลดลงมาก เสมหะที่สะสมอยู่จึงเหนียวและตกลงไปบล็อกหลอดลมส่วนบน ลมหายใจที่ควรจะเข้าออกจึงถูกปิดตาย ออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองและหัวใจเริ่มขาดออกซิเจน ซึ่งนี่คือเหตุผลที่พวกเราต้องรู้ทันทีว่าจะต้องขยับตัวจัดการอย่างไรในเสี้ยววินาทีนั้น

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเห็นผู้ป่วยสำลักหน้าเขียว หายใจไม่ออก

เมื่อเกิดเหตุการณ์ตรงหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ ห้ามเขย่าตัวผู้ป่วยแรงๆ และห้ามเอานิ้วควานหาเสมหะส่งเดชโดยมองไม่เห็น เพราะอาจดันเสมหะให้ลงไปลึกกว่าเดิม ให้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นตามขั้นตอนนี้:

  • กระตุ้นให้ผู้ป่วยไอแรงๆ: หากผู้ป่วยยังมีสติและยังส่งเสียงได้ ให้บอกให้เขาพยายามไอออกมาให้เต็มแรง เพราะแรงไอธรรมชาติมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการดันเสมหะหลุดออกมา
  • จัดท่าให้ถูกต้องทันที: พลิกตัวผู้ป่วยตะแคงข้างใดข้างหนึ่งทันที เพื่อให้เสมหะ ไหล หรือน้ำลายระบายออกจากมุมปากได้เองตามแรงโน้มถ่วง ป้องกันไม่ให้สำลักลงปอดซ้ำ
  • ช่วยเคาะหลังช่วยขับเสมหะ: ใช้มือทำเป็นอุ้งมือ (เหมือนถือลูกบอล) แล้วเคาะเบาๆ แต่หนักแน่นบริเวณกลางหลัง ช่วงระหว่างสะบักทั้งสองข้าง เพื่อช่วยให้เสมหะที่เกาะอยู่หลุดตัว

วิธีช่วยเคลียร์ช่องทางเดินหายใจเมื่อผู้ป่วยเริ่มหมดสติ

หากสถานการณ์แย่ลง ผู้ป่วยเริ่มหมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่มีแรงไอเลย เราต้องเปลี่ยนวิธีช่วยเหลือเป็นการเปิดทางเดินหายใจและเคลียร์ช่องปากอย่างระมัดระวัง

เทคนิคการกวาดเสมหะออกจากปากอย่างปลอดภัย

หากมองเห็นเสมหะหรือเศษอาหารคาอยู่ในช่องปาก ให้ใช้ผ้าสะอาดพันนิ้วมือแล้วกวาดออกเบาๆ ด้านข้างช่องปาก ห้ามใช้นิ้วเปล่าล้วงลึกเข้าไปตรงโคนลิ้นเพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยอาเจียนและสำลักหนักขึ้นไปอีก

การทำ CPR และการกดหน้าอกหากผู้ป่วยหยุดหายใจ

ในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติและคลำชีพจรไม่ได้ หรือสังเกตว่าไม่หายใจเลย ให้รีบวางผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบที่แข็ง แล้วเริ่มกระบวนการกดหน้าอก (CPR) ทันที พร้อมกับโทรขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โดยเร็วที่สุด การกดหน้าอกนอกจากจะช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดแล้ว แรงกระแทกยังช่วยดันลมในปอดให้ออกมาขับสิ่งอุดกั้นออกได้ด้วย

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สำลักซ้ำในชีวิตประจำวัน

การแก้ไขยามฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็น แต่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกย่อมดีกว่าเสมอ สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุ มีข้อปฏิบัติที่ควรทำสม่ำเสมอ ดังนี้ครับ

  • จัดท่าทางเวลาทานอาหาร: ควรให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือทำมุม 45 ถึง 90 องศาขณะทานอาหารและดื่มน้ำ และให้นั่งค้างท่าเดิมต่ออีกอย่างน้อย 30 นาทีหลังทานเสร็จ ห้ามป้อนอาหารในท่านอนราบเด็ดขาด
  • ดื่มน้ำอุ่นช่วยละลายเสมหะ: หมั่นให้ผู้ป่วยจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ระหว่างวัน เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะ ทำให้ขับออกได้ง่ายขึ้น
  • เปลี่ยนท่าและเคาะปอดเป็นเวลา: สำหรับผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนดูแลควรช่วยพลิกตัวทุกๆ 2 ชั่วโมง และเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด

อาการแบบไหนที่แปลว่าต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด

แม้ว่าเราจะช่วยให้ผู้ป่วยหายใจโล่งขึ้นมาได้ชั่วคราวแล้ว แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ยังมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราดดังชัดเจน หรือใช้กล้ามเนื้อหน้าอกช่วยหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเริ่มเขียวคล้ำ แสดงว่าร่างกายยังได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • มีไข้ร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติซ้ำ

การมีความรู้พื้นฐานและความพร้อมในการรับมือยามฉุกเฉิน จะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่น่ากลัวให้กลายเป็นความปลอดภัยได้ อยากให้ทุกคนจำหลักการง่ายๆ คือ ตั้งสติ จัดท่าตะแคง เคลียร์ทางเดินหายใจ และรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันทีเมื่อเกินกำลังครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down