เวลาที่ตรวจพบสองขีดจางๆ บนที่ตรวจครรภ์ ความรู้สึกแรกมักจะเป็นความตื่นเต้นและดีใจปนเปื้อนความกังวล แต่พอไปเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมนตั้งครรภ์แล้วคุณหมอบอกว่า ระดับฮอร์โมนเอชซีจีที่ต่ำกว่าปกติ หลายคนก็เริ่มใจหายและกังวลว่าน้องจะหลุดไหม หรือเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายกันแน่
ในฐานะหมอที่นั่งฟังความกังวลของว่าที่คุณแม่มาหลายเคส อยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยกันแบบสบายใจ ค่อยๆ แกะปมไปทีละนิดว่าตัวเลขฮอร์โมนที่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้ แท้จริงแล้วกำลังบอกอะไรเราอยู่
ฮอร์โมนตัวนี้คืออะไร และทำไมคุณหมอถึงต้องดูตัวเลขนี้ด้วย
ฮอร์โมนเอชซีจี หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Human Chorionic Gonadotropin เป็นฮอร์โมนที่รกสร้างขึ้นทันทีหลังไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวที่ผนังมดลูก หน้าที่หลักของเขาคือการส่งสัญญาณบอกร่างกายว่า มีตัวเล็กมาอาศัยอยู่นะ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อประคับประคองการตั้งครรภ์ในช่วงแรกให้อยู่รอด
ปกติแล้วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ตัวเลขฮอร์โมนนี้ควรจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ 48 ถึง 72 ชั่วโมง ถ้าเปรียบเป็นการวิ่งมาราธอน ช่วงออกสตาร์ทนี้คือช่วงที่ต้องเร่งความเร็วให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
ทำไมผลตรวจเลือดถึงออกมาว่าฮอร์โมนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อผลเลือดออกมาว่าต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย หมอจะไม่เพิ่งด่วนสรุปในทันที เพราะสาเหตุที่เป็นไปได้มีอยู่หลายกรณีด้วยกัน และไม่ใช่ทุกเคสที่จะจบลงด้วยข่าวร้ายเสมอไป
- คำนวณอายุครรภ์คลาดเคลื่อน: สาเหตุยอดฮิตอันดับหนึ่ง หลายคนจำวันไข่ตกหรือวันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้ายคลาดเคลื่อน ทำให้ไปตรวจเร็วเกินไป ตัวเลขฮอร์โมนเลยยังขึ้นไม่ทัน
- การตั้งครรภ์นอกมดลูก: ไข่ที่ปฏิสนธิไปฝังตัวผิดที่ เช่น ท่อนำไข่ ทำให้รกไม่สามารถเติบโตและผลิตฮอร์โมนออกมาได้ดีเท่าที่ควร
- ภาวะแท้งคุกคามหรือการแท้งโดยธรรมชาติ: ตัวอ่อนอาจจะมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ ร่างกายจึงหยุดการตั้งครรภ์นั้นไปเองตามธรรมชาติ
- ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน: ทำให้การพัฒนาหยุดชะงักลงตั้งแต่ระยะแรก
สัญญาณเตือนภัยรอบตัวที่ต้องรีบสังเกตอาการร่วมด้วย
ตัวเลขฮอร์โมนในใบตรวจเลือดเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ร่างกายของเรากำลังส่งเสียงเตือนอะไรอยู่บ้าง เป็นสิ่งที่หมอมักจะซักประวัติอย่างละเอียดร่วมด้วยเสมอ
อาการปวดท้องน้อยด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ
ถ้ามีอาการปวดหน่วงรุนแรง หรือปวดแปล๊บที่ท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด นี่คือสัญญาณสีแดงที่ต้องระวังเรื่องการตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นพิเศษ ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
เลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย
การมีเลือดออกซึมๆ สีน้ำตาลหรือสีแดงสดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แม้บางคนจะเจอได้ปกติ แต่ถ้ามาพร้อมกับระดับฮอร์โมนที่ต่ำ ก็แปลว่าการตั้งครรภ์นั้นอาจไม่มั่นคง
วิธีดูแลตัวเองและการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
เมื่อเจอว่าระดับฮอร์โมนเอชซีจีที่ต่ำกว่าปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- เจาะเลือดซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้น: แพทย์มักจะนัดเจาะเลือดซ้ำอีกครั้งในอีก 48 หรือ 72 ชั่วโมงต่อมา เพื่อดูว่าตัวเลขขยับขึ้นตามเกณฑ์ธรรมชาติหรือไม่ การดูเทรนด์สำคัญกว่าตัวเลขครั้งเดียวเดี่ยวๆ
- อัลตร้าซาวด์ดูความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก: ถ้าค่าฮอร์โมนสูงพอถึงจุดหนึ่ง (มักจะมากกว่า 1,500 ถึง 2,000 หน่วย) แพทย์จะทำการอัลตร้าซาวด์เพื่อดูถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก
- งดกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะและงดการมีเพศสัมพันธ์: ในช่วงที่ยังมีความเสี่ยงเรื่องภาวะแท้งคุกคาม ควรงดกิจกรรมที่กระทบกระเทือนครรภ์ไปก่อน
สุดท้ายนี้ อยากให้คุณแม่ทุกคนรู้ว่า ธรรมชาติมีความมหัศจรรย์และมีกลไกในการคัดกรองความสมบูรณ์ของชีวิตใหม่อยู่เสมอ หากผลลัพธ์ในครั้งนี้ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง อยากให้มองว่าร่างกายกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับความสมบูรณ์ในครั้งต่อไป แต่ถ้าอยู่ในระหว่างการติดตามอาการ ก็ขอให้พักผ่อนให้เพียงพอ ปล่อยวางความกังวล และให้คุณหมอเป็นคนช่วยดูแลในทุกย่างก้าวของการตั้งครรภ์ครั้งนี้