ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโลกของผู้ป่วยมะเร็ง: ทำไมใจถึงเหนื่อยกว่ากาย

เวลาที่เราตรวจพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดป่วยเป็นมะเร็ง สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงมักจะเป็นเรื่องของตัวโรค การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด หรือการผ่าตัด แต่มีอีกเรื่องสำคัญที่หมอมักจะเห็นคนไข้และครอบครัวกังวลใจแต่อาจจะไม่ได้พูดออกมา นั่นคือเรื่องของสภาพจิตใจและชีวิตทางสังคมที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหัน ความกลัว ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต และความรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นภาระ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เพราะคนไข้จิตใจอ่อนแอ

ผลกระทบทางจิตสังคมที่คนไข้มะเร็งต้องเผชิญ

คำว่า ผลกระทบทางจิตสังคมและการดูแลสุขภาพจิตผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ได้หมายความแค่เรื่องของความเศร้า แต่รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน โดยมักจะมีอาการเหล่านี้แฝงอยู่

  • ความเครียดจากการปรับตัว: การต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อมาเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ยืดเยื้อ
  • ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้: หลายคนกังวลกับผลข้างเคียงของการรักษา หรือกังวลว่ามะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำ
  • การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์: ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง ผิวพรรณเปลี่ยนไป หรือรอยแผลผ่าตัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจ
  • ปัญหาความสัมพันธ์: การที่คนรอบข้างปฏิบัติตัวเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการสงสารจนเกินไป หรือการเว้นระยะห่างเพราะกลัวทำอะไรผิดพลาด

สัญญาณเตือนเมื่อใจกำลังรับมือไม่ไหว

การหมั่นสังเกตอาการตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นเรื่องจำเป็น หากพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณว่าต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

  • นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทติดต่อกันหลายคืน
  • เบื่ออาหารอย่างมาก หรือรู้สึกไม่อยากทำสิ่งที่เคยชอบทำ
  • รู้สึกหมดหวัง ท้อแท้ มองไม่เห็นอนาคต
  • รู้สึกผิดอย่างรุนแรง หรือโทษตัวเองว่าทำให้ครอบครัวต้องลำบาก

วิธีดูแลใจให้แข็งแรงท่ามกลางการรักษา

การดูแลจิตใจทำได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานที่เริ่มได้ทันทีจากตัวเองและคนรอบข้างไปจนถึงการปรึกษาแพทย์

เปิดใจคุยเรื่องที่กังวล

อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว การพูดคุยกับครอบครัว เพื่อนสนิท หรือเพื่อนร่วมชะตากรรมในกลุ่มผู้ป่วยจะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวลงได้มาก หลายครั้งการได้ระบายออกมาก็ทำให้ความหนักอึ้งในใจเบาบางลง

ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การยอมรับว่าร่างกายเราอาจทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิมในช่วงรักษาเป็นเรื่องสำคัญ การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันให้สำเร็จจะช่วยสร้างกำลังใจได้มากกว่าการมองแต่ภาพใหญ่ที่ดูไกลตัว

ขอความช่วยเหลือเมื่อถึงเวลา

หากพบว่าความทุกข์ใจเริ่มบดบังการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของคนป่วยหนักเท่านั้น แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้เราเดินผ่านเส้นทางการรักษานี้ไปได้ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หมอมีวิธีช่วยหลายรูปแบบทั้งการปรับความคิด พฤติกรรม หรือการใช้ยาช่วยในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้คนไข้มีพลังงานเหลือมากพอที่จะต่อสู้กับโรคทางกายได้อย่างเต็มที่

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down